นายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า ขณะนี้มาตรการลดค่าโอนและจดจำนองเหลือ 0.01% สำหรับบ้านราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท ซึ่งเป็นหนึ่งในมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลมีผลแล้วตั้งแต่วันที่ 2 พฤศจิกายน 2562 คาดว่าทำให้ลูกค้าของธนาคารล่าสุดยื่นขอสินเชื่อมาแล้วรวม 1,769 บัญชี วงเงิน 3,609.04 ล้านบาท และอนุมัติสินเชื่อแล้ว 810 บัญชี วงเงิน 1,328.95 ล้านบาท เร่งทำนิติกรรมโดยเร็ว
นายฉัตรชัยกล่าวว่า ธนาคารเปิดรับคำขอสินเชื่อเมื่อวันที่ 24 ตุลาคมที่ผ่านมา ยอดที่ขอยื่นกู้ล่าสุดถือว่าไม่น้อย โดยคาดว่าในปีนี้วงเงินสินเชื่อที่ธนาคารกำหนดไว้ 5 หมื่นล้านบาท จะสามารถปล่อยกู้ได้ 3 หมื่นล้านบาท และอีก 2 หมื่นล้านบาทภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2563 โดยยืนยันว่าถ้าหมดวงเงินดังกล่าวคงไม่มีต่ออีก เนื่องจากการดำเนินมาตรการดังกล่าวธนาคารใช้เงินจากสลากออมทรัพย์ มีอัตราดอกเบี้ยต่ำกว่าการระดมเงินในรูปแบบอื่น และดอกเบี้ยธนาคารกำหนดไว้ 2.5% นาน 3 ปีนั้น ถือว่าต่ำมาก คงไม่มีต่ำกว่านี้อีกแล้ว
นายฉัตรชัยกล่าวว่า หลังจากมาตรการโอนและจดจำนองมีผล คาดว่าผู้ประกอบการจะร่วมจัดโปรโมชั่น เช่น ลดราคาบ้านลงมา 5-10% โดยเฉพาะในกลุ่มบ้านราคาสูงกว่า 3 ล้านบาทนิดหน่อยมีประมาณ 20% ของตลาด ผู้ประกอบการน่าจะปรับลดราคาลงเพื่อระบายสต็อกในช่วงไตรมาส 4 และให้สอดคล้องกับมาตรการของรัฐ
นายฉัตรชัยกล่าวว่า ในช่วงปีหน้าคาดว่าดอกเบี้ยอยู่ในช่วงขาลง คาดว่าในปีนี้คณะกรรมการนโยบายการเงิน(กนง.) คงไม่ปรับลดดอกเบี้ยแม้ธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด) ลดดอกเบี้ยไปเมื่อปลายเดือนตุลาคมที่ผ่านมา โดยในปีหน้ามีการประเมินว่าเฟดลดดอกเบี้ยอีก 7-8 ครั้ง ซึ่งต้องมาดูว่ากนง.ของไทยจะปรับลดดอกเบี้ยลงหรือไม่ ถ้าลดลงธนาคารต่างๆ ต้องปรับลดดอกเบี้ยลง ซึ่งธอส.คงต้องปรับลดลงเช่นกัน
นายฉัตรชัย กล่าวต่อว่า สำหรับผลการดำเนินงาน 9 เดือนแรกของปี 2562 ณ วันที่ 30 กันยายน 2562 ว่า ธนาคารยังคงสามารถปล่อยสินเชื่อ 1.66 แสนล้านบาท คาดว่าในช่วงที่เหลือของปีอีก 2 เดือนจะสามารถปล่อยสินเชื่อเดือนละ 1.8 หมื่นล้านบาท ทำให้สามารถปล่อยได้ตามเป้าหมายทั้งปี 2.03 แสนล้านบาท กำไรปีนี้คาดว่าทำได้ 1.2 หมื่นล้านบาทเป็นไปตามเป้าหมายวางไว้ โดยมีสิ่งที่ไม่สามารถทำได้ตามเป้าหมายปีนี้คือเรื่องหนี้เสียของธนาคารอยู่ที่ 4.4% หรือ 4.8 หมื่นล้านบาท เป็นการเพิ่มขึ้นตามภาวะตลาด โดยในปีนี้ดีสุดทำได้คือลดเหลือ 4.2-4.3% สูงกว่าเป้าหมาย 4% ส่วนในปีหน้าตั้งเป้าหมายลดหนี้เสียเหลือ 4.15% หนึ่งในแผนคือขายหนี้เสีย 1 หมื่นล้านบาท โดยในปีหน้าตั้งเป้าหมายปล่อยสินเชื่อ 2.09 แสนล้านบาท กำไร 1.3 หมื่นล้านบาท
นายฉัตรชัยกล่าวว่า สำหรับการเปิดจำหน่ายสลากออมทรัพย์ ธอส. รุ่นที่ 2 ชุดพราวพิมาน เริ่มตั้งแต่วันที่ 2 ธันวาคม 2562 – 15 มกราคม 2563 โดยคาดว่าจะสามารถจำหน่ายหมดทั้ง 3 หมื่นล้านบาท จากขณะนี้มียอดจองซื้อแล้วกว่า 1 หมื่นล้านบาท ซึ่งสลากธอส.มีจุดเด่นและแตกต่างจากสลากที่มีอยู่ในตลาดปัจจุบัน ทั้งการเป็นสลากเลี่ยมทองซูเปอร์พรีเมี่ยมที่จะออกรางวัลไตรมาสละ 1 ครั้ง ครั้งละ 3 รางวัล มูลค่ารางวัลละ 3 ล้านบาท คิดเป็นโอกาสในการถูกรางวัล 0.1% และในเดือนกันยายน 2563 และกันยายน 2564 ยังได้สิทธิ์ลุ้นรับรางวัลพิเศษมูลค่า 1 แสนบาท เพิ่มอีกจำนวนถึง 30 รางวัล/เดือน คิดเป็นโอกาสในการถูกรางวัลพิเศษสูงถึง 1% หากฝากครบ 2 ปี รับเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยหน่วยละ 240,000 บาท หรือคิดเป็น 1.2% ต่อปี เริ่มออกรางวัลครั้งแรก 17 มกราคม 2563

