พลังงานดึงบางจากบูมศก.ฐานราก ถกสัปดาห์นี้-ปั้น600ปั๊มสหกรณ์ช่วยชุมชน เร่งสรุปนโยบายด่วนส่งการบ้าน”สนธิรัตน์”
รายงานข่าวจากกระทรวงพลังงาน แจ้งว่า สัปดาห์นี้กระทรวงพลังงานเตรียมหารือกับบริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด ถึงแนวทางความร่วมมือให้สถานีบริการน้ำมัน(ปั๊ม)ของบางจาก เฉพาะปั๊มสหกรณ์จำนวน 600 แห่ง มีการต่อยอดเพื่อพัฒนาชุมชนซึ่งเป็นเศรษฐกิจฐานรากตามนโยบายนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน และรัฐบาล สอดรับนโยบายด้านความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กร(ซีเอสอาร์)ที่บางจากดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เบื้องต้นอาจนำเทคโนโลยีแปลงขยะเป็นน้ำมันมาใช้ สำหรับความร่วมมือดังกล่าวเนื่องจากกระทรวงพลังงานเล็งเห็นว่ารัฐเป็นผู้ถือหุ้นอยู่ในบางจาก จึงเห็นว่าจะเป็นอีกช่องทางในการช่วยเหลือชุมชนและเศรษฐกิจในพื้นที่ หลังจากก่อนหน้านี้มีนโยบายให้บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ โออาร์ เครือปตท.ดำเนินโครงการไทยเด็ดในปั๊มพีทีที สเตชั่น เพื่อช่วยเหลือชุมชน
รายงานข่าวระบุว่า เดือนพฤศจิกายนนี้ กระทรวงพลังงานยังเตรียมเร่งสรุปหลายเรื่องสำคัญตามนโยบายของนายสนธิรัตน์ ให้เกิดความชัดเจนในแนวทางปฏิบัติ ประกอบด้วย ความคืบหน้านโยบายโรงไฟฟ้าชุมชนโดยจะสรุปพื้นที่ทำโรงไฟฟ้าชุมชนนำร่อง พิจารณาจากความพร้อมของโรงไฟฟ้าที่มีอยู่เดิม วัตถุดิบเกษตรในพื้นที่ รวมทั้งพื้นที่ที่ไฟฟ้าเข้าไม่ถึง โดยรูปแบบโรงไฟฟ้าจะมีทั้งรัฐ เอกชน และชุมชน เป็นเจ้าของร่วมกัน หรืออาจเป็นรัฐร่วมชุมชน โดยโรงไฟฟ้าคาดว่าจะมีเงินกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานสนับสนุน ดังนั้นเดือนนี้กระทรวงพลังงานจะเร่งกำหนดหลักเกณฑ์โครงการที่จะขออนุมัติเงินจากกองทุนได้ เกณฑ์สำหรับโรงไฟฟ้าชุมชน กำหนดวันรับสมัคร จนถึงวันอนุมัติเงิน โดยปีงบประมาณ 2563 กำหนดวงเงินไว้ 10,000 ล้านบาท
รายงานข่าวแจ้งว่า นอกจากนี้จะเร่งสรุปแผนน้ำมันกลุ่มเบนซิน โดยเฉพาะประเภทน้ำมันที่มีส่วนผสมของเอทานอล ทั้งแก๊สโซฮอล์ 95 แก๊สโซฮอล์ 91 อี20 และอี85 เนื่องจากนายสนธิรัตน์เน้นย้ำว่าเรื่องนี้ต้องเห็นความชัดเจนของแผนภายในเดือนพฤศจิกายน อย่างไรก็ตามจะกำหนดให้น้ำมันอี20 เป็นน้ำมันพื้นฐานหรือไม่ต้องพิจารณาอีกครั้ง อีกประเด็นที่ต้องพิจารณาคือ ความชัดเจนของนโยบายการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคาบ้านประชาชน(โซลาร์ประชาชน) ที่เดิมตั้งเป้าหมาย 100 เมกะวัตต์ต่อปี ในช่วง 10 ปีจากนี้ ตลอดแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ 20ปี พ.ศ.2561-2580 (พีดีพี2018)กำหนดปริมาณไฟฟ้าจากโซลาร์ประชาชนไว้ถึง 10,000 เมกะวัตต์ แต่ล่าสุดมีประชาชนสนใจติดตั้งเพียง 1 เมกะวัตต์ ต้องทบทวน

