หน้าแรก เศรษฐกิจ ไทยโชว์’อาเซี...

ไทยโชว์’อาเซียน’ รุก’ศก.หมุนเวียน’

6.11.19 | 16:49 น.

ปิดฉากไปแล้วกับการประชุมสุดยอดอาเซียน หรืออาเซียนซัมมิท ครั้งที่ 35 และการประชุมที่เกี่ยวข้อง ที่ไทยเป็นเจ้าภาพ มีการหารือกันหลายเวที และหลากวาระ ทั้งภาครัฐและเอกชน

มีประเด็นหนึ่งที่ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดคุยกันในหลายเวที นั่นคือ “เศรษฐกิจหมุนเวียน” (Circular Economy) เช่น เวทีการประชุมสุดยอดผู้นำภาคธุรกิจ (เอบิส 2019) ที่มีการสัมมนาในหัวข้อ “Sustainable ASEAN 4.0 : Circular Economy”

คณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) ระบุบนเวทีว่า การพัฒนาอุตสาหกรรมในกลุ่มอาเซียน อาทิ ไทย เวียดนาม อินโดนีเซีย และมาเลเซีย มีเป้าหมายที่จะมุ่งไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจหมุนเวียน เป็นสิ่งจำเป็นที่จะต้องผลักดัน “ตั้งใจจะทำให้เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) เป็นโครงการนำร่อง โดยนำรูปแบบการพัฒนาเศรษฐกิจหมุนเวียนมาปรับใช้ในพื้นที่”

นอกจากนี้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ร่วมกับ บริษัท เอสซีจีจำกัด (มหาชน) และบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ “ซีจี” ร่วมกันจัดนิทรรศการเกี่ยวกับการจัดการขยะ และเวทีเสวนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างคู่สมรสผู้นำประเทศสมาชิกอาเซียนและประเทศคู่เจรจาด้วย

ด้าน ทองชัย ชวลิตพิเชฐ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) ให้ข้อมูลเพิ่มเติมกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดประเด็นเรื่องเศรษฐกิจหมุนเวียน มาเกือบ 2 ปีแล้ว เพราะเป็นรากฐานของทุกอุตสาหกรรม ในการใช้ทรัพยากรให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด หมุนเวียนเป็นวงจรต่อเนื่องโดยไม่มีของเสีย ตั้งแต่การผลิต การบริโภค ไปจนถึงการจัดการของเสีย และนำวัตถุดิบที่ผ่านการผลิตและบริโภคแล้วเข้าสู่กระบวนการผลิตใหม่ เพื่อลดผลกระทบด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม ควบคู่กับการเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ

Advertisement

นอกจากนี้ สศอ.ยังยกร่างข้อเสนอมาตรการส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรมตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนในภาพรวม เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยต่อการพัฒนา โดยแบ่งเป็น 4 ด้าน ได้แก่ 1.ด้านการผลิต อาทิ กำหนดสัดส่วนการใช้วัตถุดิบหมุนเวียนในผลิตภัณฑ์ การขับเคลื่อนมาตรการสนับสนุนอุตสาหกรรมชีวภาพ ผ่านมาตรการการเงินการคลัง 2.ด้านการบริโภค อาทิ การปรับระเบียบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ การส่งเสริมเรื่องฉลากเขียว

3.ด้านการจัดการของเสีย อาทิ การผลักดันกฎหมายภายใต้แนวคิดการขยายความรับผิดชอบของผู้ผลิตในการจัดการของเสีย/ซากผลิตภัณฑ์ และกฎระเบียบด้านการจัดเก็บ คัดแยก รวบรวมของเสีย การสนับสนุนการจัดตั้งไพลอต แพลน/อาร์แอนด์ดี เซ็นเตอร์ ด้านการจัดการของเสีย

4.ด้านการใช้วัตถุดิบรอบสอง อาทิ การกำหนดมาตรฐานวัตถุดิบรอบสอง การให้สิทธิประโยชน์จูงใจแก่กิจการที่ใช้วัตถุดิบรอบสองจากภายในประเทศ การจัดทำและเชื่อมโยงฐานข้อมูลและระบบติดตามผลิตภัณฑ์ ของเสีย/วัสดุเหลือใช้ เพื่อส่งเสริมให้เกิดการนำของเสีย/วัสดุเหลือใช้ ไปใช้ประโยชน์ภายในประเทศเพิ่มขึ้น การสนับสนุนให้เกิดองค์กร/แพลตฟอร์ม ที่เป็นตัวกลางในการบริหารการใช้ทรัพยากรตามขั้นตอนการไหลของกระบวนการผลิต โดยใช้ข้อมูล/ไอทีเข้ามาช่วย

“ทองชัย” ระบุอีกว่า สศอ.ยังจัดทำมาตรการส่งเสริม พัฒนาอุตสาหกรรมตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนในสาขานำร่อง คือ อุตสาหกรรมเหล็ก และอุตสาหกรรมยางล้อ รวมทั้งนำเศรษฐกิจหมุนเวียนปรับใช้ในโครงสร้างอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ที่กำลังยกระดับเข้าสู่อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ ตั้งแต่กระบวนการรวบรวมซาก การขนส่ง การถอดแยก และการกำจัด โดยหารือกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เกี่ยวกับแนวทางการบริหารจัดการซากผลิตภัณฑ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์

“นอกจากนี้้ ยังเตรียมกำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการขึ้นทะเบียนโรงงานถอดแยก รวมถึงส่งเสริมให้โรงงานถอดแยกมาจากผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) สาขาอุตสาหกรรมเศรษฐกิจหมุนเวียนในโครงการส่งเสริมของรัฐบาลทั่วประเทศ” ทองชัยสรุป

สำหรับ การจัดประชุมอาเซียนซัมมิท ครั้งนี้ เน้นเป็นการประชุมสีเขียว หรือ “Green Meeting” ภายใต้แนวคิดหลัก “ร่วมมือ ร่วมใจ ก้าวไกล ยั่งยืน” โดยทาง “จีซี” เป็นพันธมิตรด้านความยั่งยืน (Partner for Sustainability) ในการประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งนี้ รวมทั้งเป็นผู้จัดทำของที่ระลึกที่ผลิตจากพลาสติกรีไซเคิล

ทั้งนี้ มีการนำขยะพลาสติก มาสร้างสรรค์ออกแบบร่วมกับดีไซเนอร์ ผสมผสานการถักทอด้วยฝีมือชุมชนใน จ.ระยอง ทำให้ได้เป็นผลิตภัณฑ์ที่สร้างมูลค่าเพิ่ม และทำให้ขยะไม่เป็นขยะอีกต่อไป ในโครงการ PE Recycle และโครงการ Upcycling the Oceans, Thailand (UTO) ที่เป็นความร่วมมือกันของ 3 พันธมิตร ได้แก่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) มูลนิธิอีโคอัลฟ์จากประเทศสเปน และ “จีซี” ด้วยการนำขยะที่เก็บมาจากทะเล มาแปรรูปเป็นสินค้าแฟชั่น ได้แก่ เสื้อผ้า และกระเป๋าเป้ ผ่านกระบวนการอัพไซคลิ่ง

ทั้งนี้ ของที่ระลึกผลิตโดยใช้กระบวนการอัพไซคลิ่งจากขยะพลาสติก ประเภทโพลิเอทิลีน(PE) มี 2 แบบ

1.ซองใส่ iPad โดยถักทอเส้นด้ายรีไซเคิลซึ่งผลิตจากขยะพลาสติก PE ด้วยฝีมือของชาวบ้านในชุมชนเนินสำเหร่ 1 และชุมชนเจริญพัฒนา จ.ระยอง ซองใส่ iPad 1 ชิ้นใช้ขยะถุงพลาสติก 36 ใบเป็นวัตถุดิบ สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ 1,124 กรัมคาร์บอนไดออกไซด์ หรือเทียบเท่ากับการดูดซับก๊าซเรือนกระจกจากต้นไม้ 27 ต้น

2.กระเป๋าแบบซองใส่เครื่องเขียน ผลิตจากเส้นไหมผสมผสานกับเส้นด้ายรีไซเคิล จากฝีมือการถักทอของกลุ่มแม่บ้าน จ.สุโขทัย ของชำรวยชิ้นนี้ เป็นสินค้าของแบรนด์ “VINN PATARARIN” พันธมิตรของ “จีซี” ที่ร่วมกันผลักดันให้เป็นผลติภัณฑ์ทางเลือกเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อม

นอกจากนี้ ในการประชุมอาเซียนซัมมิทครั้งนี้ ยังมีการใช้ช้อนและส้อมที่ผลิตจากพลาสติกชีวภาพ (Compostable Bio-plastic) ที่สามารถย่อยสลายได้ตามธรรมชาติและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ตลอดการประชุมที่ผ่านมา

รวมทั้ง มีเสื้อโปโลตราสัญลักษณ์อาเซียน ที่ใช้นวัตกรรมผ่านกระบวนการอัพไซคลิ่ง จากขวดพลาสติก (PET) สำหรับเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานในการจัดประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งนี้

นับเป็นการสร้างความตระหนักรู้เรื่องการบริหารจัดการขยะพลาสติก กระตุ้นให้ช่วยกันอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม รวมทั้งยังเป็นการสร้างรายได้เสริมให้ชุมชนด้วย

“จีซี” ยังขยายความร่วมมือกับพาร์ท เพื่อสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่ม เป็นสินค้าแฟชั่นทางเลือกเพื่อสิ่งแวดล้อม เช่น ร่วมกับ “จิม ทอมป์สัน” แบรนด์ผ้าไหมระดับโลก และนักออกแบบผ้าจากวัสดุรีไซเคิลที่มีชื่อเสียงอย่าง อาจารย์จารุพัชร อาชวะสมิต อาจารย์ประจำคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบังทดลอง ออกแบบและผลิต Prototype จาก rPET Recycle ที่ได้จากขวดพลาสติกใช้แล้ว นำมาผ่านกระบวนการอัพไซคลิ่ง ถักทอร่วมกับเส้นไหมของ “จิม ทอมป์สัน” เป็นชิ้นงานที่งามด้วยเอกลักษณ์ไทยและทรงคุณค่า ได้แก่

“เนกไท” จะมีสัดส่วน ผ้าไหมไทย 42% rPET 58% ใช้ด้าย rPET 18.7 กรัม เทียบเท่าขวดพลาสติก ประมาณ 2 ขวด

“ผ้าพันคอ” มีสัดส่วน ผ้าไหมไทย 60% rPET 40% ใช้ด้าย rPET 155 กรัม เทียบเท่าขวดพลาสติกประมาณ 18 ขวด

การจัดงานประชุมอาเซียนซัมมิท ครั้งนี้ นอกจากคนไทยจะภาคภูมิใจที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพแล้ว ทั้้งภาครัฐ เอกชน และทุกภาคส่วนของไทยยังแสดงให้เห็นถึงการนำหลักเศรษฐกิจหมุนเวียนมาใช้ในการบริหารจัดการขยะพลาสติก เพื่อดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง ซึ่งเป็นการแสดงให้ผู้เข้าร่วมประชุมร่วมตระหนักรู้ในเรื่องขยะและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมไปด้วย