หน้าแรก เศรษฐกิจ “ศุภชัย”เผยใน...

“ศุภชัย”เผยในงานสัมมนา“Thailand 2020”ชี้เศรษฐกิจไทยโตคงที่ แนะ 8 ทางรอด

6.11.19 | 18:26 น.

นายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหารเครือเจริญโภคภัณฑ์ และประธานกรรมการ บริษัท ทรู คอร์ปเปอร์เรชั่น จำกัด (มหาชน) บรรยายพิเศษในหัวข้อ “Thailand 2020 โอกาส การค้า การลงทุน” ภายในงานสัมมนา “Thailand 2020 #ก้าวข้ามพายุเศรษฐกิจ” จัดขึ้นโดยเครือประชาชาติธุรกิจ ว่า ภาพรวมเศรษฐกิจโลกในช่วง 3 ปี ตั้งแต่ปี 2561 ปี 2562 และคาดการณ์ของปี 2563 จะเติบโตลดลง 0.3% แต่ถือว่ายังเติบโตอยู่ โดยความจริงแล้วคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจ ที่ธนาคารโลก หรือเวิลด์แบงก์ คาดการณ์ไว้ในปี 2563 จะมีการเติบโตแค่ 2.7% จาก 3.0% ในปี 2561

นายศุภชัยกล่าวว่า มีข้อสังเกตุว่าการโตที่ลดน้อยลงอย่างมีนัยยะสำคัญ ในการคาดการณ์ครั้งนี้ เป็นสหรัฐฯที่ลดลงมากเป็นหลัก ในขณะที่ยุโรปโตเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ส่วนประเทศที่โตมากสุดจะเป็นอินเดีย และแชมป์เก่าอย่างจีนที่ยังสามารถโตได้ประมาณ 6-7% นอกจากนี้ หากดูในส่วนของประเทศไทยเอง ดูเหมือนว่าจะเป็นการคงระดับการเติบโต ประมาณ 2.8% ในขณะที่เอเชียแปซิฟิกมีการเติบโตค่อนข้างดี เฉลี่ยประมาณ 7% ซึ่งใกล้เคียงกับจีนและอินเดีย จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมการประชุมอาเซียนซัมมิทที่จัดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา ถึงมีความคึกคักและได้รับความสนใจจากทั่วโลก โดยหากดูเทรนด์ในอีก 5 ปีข้างหน้า จะเห็นว่ามีประมาณ 7 เทรนด์ ได้แก่ 1.ดิจิตอลคอนเน็คทิวิตี้แอนด์คอนเวอร์เจนซ์ 2.อินฟราสตรัคเจอร์แอนด์ดีเวอร์ลอปเม้นต์ 3.Urbanization หรือการขยายตัวของเมืองไปสู่หัวเมืองใหญ่ๆ 4.Health wellness well being หรือการมีสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี 5.bricks & cucks หรือความเป็นอิสระ 6.social trend aging หรือแนวโน้มสังคมผู้สูงอายุ 7.new business model หรือรูปแบบการทำธุรกิจใหม่ ทำให้ทุกประเทศต้องปรับตัว และใช้ประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงของเทรนด์ต่างๆ

“สาเหตุที่ทำให้เศรษฐกิจไทยชะลอ มาจากหลายปัจจัย โดยปัจจัยที่หลายฝ่ายเห็นตรงกัน เป็นเรื่องอัตราแลกเปลี่ยน โดยเฉพาะค่าเงินบาทที่แข็งค่า และการส่งออกชะลอตัว รวมถึงขีดความสามารถในการแข่งขันของไทยลดลง เนื่องจากช่วงที่ผ่านมาไม่ได้เกิดการลงทุนในภาคเอกชนเพิ่มขึ้น เพราะช่องว่างระหว่างการเลือกตั้ง บวกกับนักธุรกิจรายใหม่ต้องเผชิญความเสี่ยง โดยเฉพาะผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ขณะที่ต่างประเทศมีธนาคารเพื่อการพัฒนา และส่งเสริมให้ธุรกิจมีศักยภาพ โดยในระยะยาว รัฐบาลต้องคิดถึงว่า จะทำอย่างไรให้ประเทศไทยมีขีดความสามารถในทุกด้านเพิ่มขึ้น รวมถึงกองทุนเงินตราต่างประเทศที่ไทยต้องไปลงทุนนอกประเทศมากขึ้น อาจเพราะประเทศไทยยังไม่เอื้อให้เกิดการลงทุนอย่างแท้จริง เช่น ปี 2561 ไทยไปลงทุนในสิงคโปร์เป็นอันดับ 1 มีมูลค่าถึง 78,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ทำให้ต้องแก้ไขขั้นตอนการลงลงทุนต่างๆ เพื่อให้ดึงดูดใจทั้งนักธุรกิจไทยและต่างชาติมากขึ้น”นายศุภชัยกล่าว

นายศุภชัยกล่าวว่า ทางออกที่จะขับเคลื่อนประเทศฝ่าพายุเศรษฐกิจในปี 2563 ได้ มี 8 แนวทางที่จะเปลี่ยนผ่านประเทศ และตอบโจทย์เศรษฐกิจ รวมถึงกระตุ้นการลงทุนเพิ่มมากขึ้น อาทิ 1.การวางแผนการพัฒนาเศรษฐกิจโดยคำถึงถึงความเหมาะสมในแต่ละพื้นที่ 2.การส่งเสริมการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะชลประทาน เพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วม ภัยแล้ง ซึ่งมีความสำคัญไม่แพ้อีอีซี ประเทศไทยมีการทำเกษตรกรรมเป็นสัดส่วนที่สูง 3.มุ่งพัฒนาเทคโนโลยีอินเตอร์เน็ตในทุกสิ่ง เชื่อมโยงเข้ากับทั้งระบบ (ไอโอที) และโครงข่าย 5จี 4.มุ่งพัฒนานำเทรนนวัตกรรมเกษตรและอาหารมาปรับใช้ 5.เร่งพัฒนาและช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอีและสตาร์ตอัพ