“เอดับบลิวซี”เร่งเครื่องพาธุรกิจฝ่าพายุเศรษฐกิจถูกดิสรัปชั่น เชื่อท่องเที่ยวไทยยังโตต่อเนื่อง
นางวัลลภา ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.แอสเสท เวิรด์ คอร์ป (AWC) บรรยายพิเศษในหัวข้อ “Super Productive ก้าวข้ามพายุเศรษฐกิจ” ภายในงานสัมมนา “Thailand 2020 #ก้าวข้ามพายุเศรษฐกิจ” จัดขึ้นโดยเครือประชาชาติธุรกิจ ว่า ธุรกิจที่เป็นกลุ่มอุตสาหกรรมหลัก หรือเรียลเซกเตอร์ โดยเฉพาะภาคอสังหาริมทรัพย์ เชื่อมั่นว่าเป็นธุรกิจที่สามารถส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่นในระยะยาวได้ เพราะฉะนั้นจะทำอย่างไรให้ก้าวข้ามเศรษฐกิจต่อไปได้ เนื่องจากบริษัทฯยังเชื่อมั่นว่า ภาคการท่องเที่ยวยังเป็นภาคที่มีความสามารถในการเติบโตได้ สะท้อนจากอัตราการเติบโตในช่วงที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน โดยเฉพาะอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเชิงประชุม จัดกิจกรรมสัมมนา หรือธุรกิจไมซ์ ที่มีการเติบโตสูงมากในช่วงปี 2561
นางวัลลภากล่าวว่า อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่มั่นคงและมีการเติบโตย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะประเทศไทยไม่ได้มีจุดหมายปลายทางในการท่องเที่ยวของต่างชาติ เป็นกรุงเทพฯอย่างเดียว แต่ยังมีทั้งภูเขาและทะเลที่ได้รับความนิยมสูงมาก จนได้รับการยกย่องว่าเป็นเมืองที่น่าท่องเที่ยวถึง 3 ปีซ้อน และเป็นจุดหมายหลักของการเดินทาง (Destination) รวมถึงยังมีเมืองหลักๆ อีกหลายเมืองที่มีศักยภาพในการเติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยปัจจุบันอัตราการเติบโตด้านการท่องเที่ยวของไทยยังเติบโตต่อเนื่อง มีศักยภาพถึง 12% แต่ที่น่าสนใจคือธุรกิจไมซ์ มีอัตราการเติบโตถึง 48% ต่อปี ซึ่งถือเป็นการโตที่ก้าวกระโดดมาก โดยเมื่อเล็งเห็นถึงศักยภาพตรงนี้ บริษัทฯจึงสร้างอนาคตที่ดีกว่าให้กับประเทศด้วยการสร้างสินค้า และอสังหาริมทรัพย์ที่มีคุณภาพได้มาตรฐานระดับโลก ซึ่งจะเป็นส่วนหนึ่งของการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับประเทศได้
นางวัลลภากล่าวว่า สำหรับธุรกิจของบริษัทฯ ที่มีพอร์ตโรงแรมถือเป็นพอร์ตที่มีความใหญ่มากที่สุดในประเทศไทย ทำให้จะต้องมีการดึงดีมานด์เข้ามาในประเทศเพิ่มมากขึ้น ทั้งการท่องเที่ยวแบบพักผ่อน และการท่องเที่ยวในอุตสาหกรรมไมซ์ เพราะได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นในปัจจุบัน โดยได้หาตลาดในประเทศสิงคโปร์ มาเลเซีย และประเทศใกล้เคียงไว้เพิ่มมากขึ้น โดยในพอร์ตของบริษัทฯตอนนี้ มีสัดส่วนของโรงแรม 14 แห่ง ออฟฟิศ 9 แห่ง พื้นที่รวม 198,781 ตารางเมตร โดยจะเน้นไปที่การดึงดูดในการกระตุ้นให้คนให้ออกจากบ้าน และออกจากหน้าจอมือถือ แล้วมาใช้และแบ่งปันพื้นที่ความสุขร่วมกัน ซึ่งถือเป็นการสร้างพื้นที่ เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนไทยและต่างชาติ
“บริษัทฯจะต้องการมีส่วนร่วมในการพัฒนาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทย โดยจะดึงนักท่องเที่ยวระดับโลกให้เข้ามาในโครงการเพิ่มขึ้น รวมทั้งดึงกลุ่มเป้าหมายในการท่องเที่ยวเชิงประชุมสัมมนาเข้ามาด้วย ซึ่งต้องยอมรับว่าการทำธุรกิจไมซ์ของบริษัทฯยังอยู่ขั้นต้น แต่ก็พยายามดำเนินการและพัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยบริษัทฯกำลังร่วมกับพันธมิตรระดับโลก เพื่อสร้างเครือข่ายสมาชิกกว่า 300 ล้านราย ซึ่งถือเป็นกลยุทธ์หลักที่จะใช้สู้กับการถูกดิสรัปชั่น โดยบริษัทฯเชื่อว่าสถานการณ์ภายในประเทศกำลังดีขึ้นในช่วงไตรมาส 3 ของปี 2562 และจะเห็นการเติบโตมากขึ้นในอนาคต”นางวัลลภากล่าว

