มติชน สมาร์ทบิซ วันที่ 15 มิ.ย.2559
ในการสัมมนา จับทิศทางความเคลื่อนไหวเศรษฐกิจไทยจากครึ่งปีแรก นายกอบสิทธิ์ ศิลปชัย ผู้บริหารงานวิจัยเศรษฐกิจและตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ปัจจัยที่มีผลต่อแนวโน้มค่าเงินบาท ที่ต้องจับตาในระยะนี้ ได้แก่การทำประชามติของสหราชอาณาจักร ว่าจะออกจากการเป็นสมาชิกสหภาพยุโรหรือไม่ ซึ่งจากผลการสำรวจล่าสุด ที่ตัวเลขของคนที่อยากออกปรับเพิ่มขึ้น ทำให้ตลาดกลับมามีความวิตกกังวลอีกครั้ง โดยตลาดได้สะท้อนออกมา โดยเห็นได้จากค่าเงินเยนที่แข็งค่าขึ้น
ขณะที่อีกปัจจัยที่ต้องจับตา คือแนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ของคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของสหรัฐ หรือ FOMC ว่าจะส่งสัญญาณปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ 2 ครั้งอยู่หรือไม่ ซึ่งธนาคารกสิกรไทยมองว่า ยังมีโอกาสที่ FOMC จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 2 ครั้งในปีนี้
สำหรับเศรษฐกิจไทยในครึ่งปีหลัง มองว่าจะเติบโตต่ำกว่าร้อยละ 3 โดยภัยแล้ง ยังคงเป็นปัจจัยฉุดการเติบโต ขณะที่การชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน ยังคงเป็นความเสี่ยง และไม่เอื้อต่อเศรษฐกิจไทยมากนัก แม้การลงทุนภาครัฐ คาดว่าจะเพิ่มขึ้นในครึ่งปีหลัง และการท่องเที่ยว จะช่วยผลักดันเศรษฐกิจได้ในระดับหนึ่ง ทำให้คาดการณ์ว่าทั้งปี เศรษฐกิจไทยจะเติบโตที่ร้อยละ 3 ขณะที่ค่าเงินบาท จะเคลื่อนไหวที่ระดับ 36 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ช่วงสิ้นไตรมาส 3 และอยู่ที่ 37 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ช่วงสิ่นไตรมาส 4 ของปี 2016

