แบงก์กรุงเทพตรึงดอกเบี้ยฝากถึงต้นปี’63

นายเดชา ตุลานันท์ ประธานกรรมการบริหาร ธนาคารกรุงเทพ เปิดเผยในงานนิทรรศการรักษ์หัวใจ ระหว่างวันที่ 11-13 พฤศจิกายน จัดโดย ธนาคารกรุงเทพ ร่วมกับมูลนิธิหัวใจแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมน์ และสถาบันโรคทรวงอก ที่ธนาคารกรุงเทพ สำนักงานใหญ่ ถนนสีลม ว่า ธนาคารยังไม่มีแผนที่จะปรับลดดอกเบี้ยเงินฝากลงในขณะนี้ โดยจะมีการพิจารณาอีกครั้งใน 3 เดือนข้างหน้าว่าจะมีการปรับลดดอกเบี้ยเงินฝากในส่วนใดบ้างเพื่อให้สอดคล้องกับต้นทุน อย่างไรก็ตาม จะพยายามให้กระทบกับผู้ออมเงินน้อยที่สุด โดยเฉพาะกลุ่มวัยเกษียณที่มีการออมด้วยเงินฝากเป็นหลัก รวมทั้งอยู่ระหว่างการพิจารณารูปแบบเงินออมใหม่ ๆ ที่เร้าใจมากขึ้น เพราะดอกเบี้ยเงินฝากในปัจจุบันถือว่าต่ำมากและไม่ได้น่าจูงใจให้ออม ขณะที่การลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลงของธนาคารหลังจากที่คณะกรรมการนโยบายการเงินปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% มาอยู่ที่ 1.25% คาดว่าจะช่วยลดต้นทุนให้กับธุรกิจต่าง ๆ ได้

นายเดชา กล่าวว่า ภาพรวมเศรษฐกิจโลกในปี 2563 มีแนวโน้มชะลอตัวและยังไม่ดีมากนัก โดยฝั่งยุโรปที่ยังไม่ฟื้นตัว ขณะที่สหรัฐและจีนได้รับผลกระทบจากสงครามทางการค้าซึ่งจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะการส่งออกที่ขณะนี้การส่งออกติดลบ ดังนั้น ภาครัฐจะต้องประคับคองและส่งเสริมการส่งออกให้สามารถส่งออกได้เพราะเศรษฐกิจไทยพึ่งพาการส่งออกเป็นหลักหากส่งออกไม่ดีก็ลำบาก ทั้งนี้ ภาครัฐต้องสนับสนุนธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม(เอสเอ็มอี)และภาคเกษตรที่ประชากรส่วนใหญ่ของประเทศกว่า 30-40% ยังอยู่ในภาคเกษตร ให้มีการนำเทคโนโลยีดิจิทัลและนวัตกรรมใหม่ ๆ มาใช้ เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มผลผลิต

นายเดชา กล่าวว่า ธนาคารยังสนับสนุนสินเชื่อธุรกิจเอสเอ็มอีโดยเน้นสมาร์ทเอสเอ็มอีและกลุ่มเกษตรก้าวหน้าที่มีการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ โดยมีการพิจารณาให้สินเชื่อในหลายรูปแบบ นอกจากการให้สินเชื่อยังมีการให้ความรู้ผ่านโครงการต่าง ๆ เพื่อช่วยให้ทั้งเอสเอ็มอีและเกษตรกรปรับตัวได้ อย่างไรก็ตาม ลูกค้ากลุ่มนี้มีลูกค้าที่มีปัญหาและเป็นหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้(เอ็นพีแอล) บ้างแต่ยังบริหารจัดการได้อยู่

“ธนาคารยังมีการส่งเสริมสินเชื่อที่เกี่ยวข้องกับภาคเกษตร เพราะเป็นสินค้าที่ทุกคนต้องบริโภค แต่กินต้องผลิตที่ของที่ตลาดต้องการและราคาถูก จากการที่ลดต้นทุนการผลิตได้ รวมทั้งมีการส่งเสริมให้ใช้ดิจิทัลแพลตฟอร์มเพื่อขยายตลาด รู้ว่าตลาดต้องการอะไร ผลผลิตอะไรที่มีมากเกินไป ราคาสินค้าเป็นอย่างไร เป็นต้น” นายเดชา กล่าว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้มหิดล เปิดตัวห้องปฏิบัติการชีวะไฮเทค แห่งแรกของอาเซียน
บทความถัดไป‘สศก.’เคาะตัวเลขจีดีพีเกษตรไตรมาส 3 ขยายตัว 1.1% คาดทั้งปีโต 1.5%