หน้าแรก เศรษฐกิจ ปตท.จับมือ9พั...

ปตท.จับมือ9พันธมิตร พลิกบทบาทผู้ค้าน้ำมันเป็นผู้กำหนดราคาน้ำมันโลก ผุดบริษัทจัดทำแพลตฟอร์มประกาศดัชนีราคาน้ำมันตัวใหม่ IFAD

12.11.19 | 14:49 น.

นายดิษทัต ปันยารชุน รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ หน่วยธุรกิจการค้า ระหว่างประเทศ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เปิดเผยในโอกาสเข้าร่วมงาน ADIPEC 2019 ณ กรุงอาบูดาบี ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ว่า บริษัทได้ลงนามสัญญาร่วมกับพันธมิตรบริษัทน้ำมันแห่งชาติ Abu Dhabi National Oil Co’s (ADNOC)และอีก 8 บริษัทผู้ค้าน้ำมันชั้นนำของโลก จัดตั้งบริษัทใหม่ เพื่อพัฒนาแพลตฟอร์ม the new ICE Futures Abu Dhabi (IFAD) เพื่อกำหนดดัชนีราคาน้ำมัน ซึ่งจะเป็นทางเลือกใหม่ให้กับกลุ่มผู้ค้าสามารถใช้มาตรฐานตะวันออกกลาง ช่วยการบริหารความเสี่ยง โปร่งใสมากขึ้น และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน จากเดิมทุกประเทศทั่วโลกจะใช้ดัชนีราคาน้ำมันดิบเบรนท์ในการอ้างอิงราคา

“ต่อไปเราจะปรับบทบาทเป็นผู้ประกาศราคาด้วย ทางADNOC เป็นแกนนำ ต้องการปรับแมคนิชซึมในการจัดทำแพลตฟอร์มนี้ขึ้นมา กลุ่มนี้เป็นผู้ผลิตน้ำมันขนาดใหญ่อยู่ประมาณ 3 ล้านบาร์เรลต่อวัน หรือคิดเป็น 10% ของกำลังการผลิตกลุ่มโอเปค ซึ่งมีประมาณ 30 ล้านบาร์เรลต่อวัน คาดจะเริ่มดำเนินการประกาศราคาดัชนีได้ในไตรมาสแรกปีหน้า ”

สำหรับรายชื่อพันธมิตร ประกอบด้วย ADNOC, BP, Total, Inpex, Vitol, Shell, Petrochina, Korea’s GS Caltexและ Japan’s JXTG

นายดิษทัต กล่าวถึงแนวโน้มราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปี2563คาดว่าจะทรงตัวระดับ 60 เหรียญสหรัฐฯต่อบาเรล คงไม่ถึง 70-80 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรลตามที่หลายฝ่ายกังวล ซึ่งยังต้องติดตามปัจจัยจากความไม่ลงรอยกันของสหรัฐและจีน ซึ่งจะส่งผลต่อเศรษฐกิจโลก

นายดิษทัต กล่าวว่า จากการที่ไทยเป็นฝ่ายได้ดุลการค้าสหรัฐฯ จำนวนมากส่งผลต่อเรื่องจีเอสพีที่ผ่านมา การลดการขาดดุลการถือเป็นเรื่องที่สหรัฐให้ความสำคัญ บริษัทมีแผนจะปรับสัดส่วนการนำเข้าน้ำมัน โดยให้ความสำคัญกับสหรัฐมากขึ้น และมีแผนจะตั้งออฟฟิศขึ้นในสหรัฐ ประกอบกับปี 2020 จะมีการประกาศใช้มาตรฐานน้ำมัน IMO ซึ่งจะมีการปรับเปลี่ยนครูด ให้เบาและมีซัลเฟอร์ต่ำ”

Advertisement

นายดิษทัต กล่าวว่าส่วนความคิบหน้าจัดตั้งสำนักงานที่รัฐฮูสตัน สหรัฐฯ นั้น จะเสนอแผนการดำเนินการเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมคณะกรรมบริหารปตท. (บอร์ด) ให้ความเห็นชอบตั้งในไตรมาส 1/2563 ต้องการจะเพิ่มสัดส่วนการนำเข้าน้ำมันจากสหรัฐมากขึ้น จาก5% หรือ 70,000 บาร์เรลต่อวัน เป็น 100,000 บาร์เรลต่อวันในปี 2563-64 จากปัจจุบันที่พึ่งพาวัตถุดิบจากตะวันออกกลาง 70% รองลงมาคือ ฟาร์อีส 20% และแอฟริการวมอเมริกา 5%
“หากได้ข้อสรุปเรื่องภาษี จะเสนอบอร์ดคาดว่าจะเห็นภาพชัดเจนในไตรมาสแรกปีหน้า ทั้งนี้ ปัจจุบันบริษัทมีรายได้คิดเป็นสัดส่วน 25-30% ของปตท. ในอนาคตตั้งเป้าหมายจะเป็นโกลบอล เทรดดิ้งอาวน์ “

ตั้งเป้าหมายจะค้าขายจากตลาดสหรัฐเพิ่มขึ้นอีกร้อยละ5-10 จากปัจจุบันพอร์ตเทรดดิ้งของ ปตท.มาจากตลาดสหรัฐร้อยละ10 ที่เหลือมาจากตะวันออกกลางร้อยละ70 และตะวันออกไกลร้อยละ20 และตั้งเป้า จะเพิ่มยอดขายจากตลาดสหรัฐ ในปี2563-2564 เพิ่มจากปัจจุบัน7 หมื่นบาร์เรล/วันเป็น 1 แสนบาร์เรล/วัน คาดยอดขายจะเพิ่มจาก 3หมื่นล้านบาท/ปี เป็นกว่า 8 หมื่นล้านบาท/ปี ซึ่งจะทำให้ ปตท.มีรายได้เพิ่มขึ้นจาก ปัจจุบัน​ธุรกิจเทรดดิ้งมีสัดส่วนในรายได้ของ ปตท.ถึงประมาณร้อยละ25-30

ทั้งนี้ งาน Abu Dhabi International Petroleum Exhibition & Conference (ADIPEC) 2019 ถือเป็นงานนิทรรศการและการประชุมด้านน้ำมันและก๊าซธรรมชาติที่ใหญ่ระดับโลก ซึ่งในโอกาสนี้ทางบริษัท ปตท.สผ. เป็น 1 ใน 35 บริษัท น้ำมันแห่งชาติ ได้นำสินค้านวัตกรรมที่อยู่ระหว่างการพัฒนาและทดสอบขั้นสุดท้ายมาร่วมจัดแสดงในงาน 4 รายการ ร่วมกับ 2,200 บูธจากทั่วโลก

โดยสินค้าดังกล่าว คือ 1)หุ่นยนต์ใต้น้ำอัตโนมัติไร้สาย (Inspection-class Autonomous Underwater Vehicle – IAUV) ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจสอบอุปกรณ์ใต้ทะเล 2)อุปกรณ์ดูดซับสารประกอบในคอนเดนเสท หรือ ทูสแลม (Safe Self Loading/Unloading Adsorber Modular – 2SLAM)
เทคโนโลยีดูดซับเพื่อกำจัดสารปลอมปนในก๊าซธรรมชาติเหลว หรือคอนเดนเสท 3)
นวัตกรรมการเก็บตัวอย่างสารในท่อส่งปิโตรเลียม (Sampling PIG)
เทคโนโลยีการเก็บตัวอย่างพื้นผิวภายในของท่อส่งปิโตรเลียม เพื่อนำมาวิเคราะห์ปริมาณของสารตกค้างและประเมินสภาพพื้นผิวภายในของท่อ และ4) เทคโนโลยีการใช้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าเพื่อติดตามการไหลของน้ำและน้ำมันในแหล่งกักเก็บปิโตรเลียม เพื่อวิเคราะห์ตำแหน่งของน้ำและน้ำมันใต้ดิน