แม้เศรษฐกิจจะยังไม่ฟื้นตัวชัดเจนนัก แต่กลุ่มอุตสาหกรรมที่ฟื้นตัวเป็นพระเอกของเศรษฐกิจไทยในปีนี้คือ “ท่องเที่ยว” เพราะได้อานิสงส์หลักมาจากนักท่องเที่ยวจีนที่เพิ่มมากขึ้น จุดนี้เองที่ทำให้ “ธุรกิจค้าปลีกสินค้าปลอดภาษี” กลายเป็นธุรกิจเนื้อหอม จนช่วงหลังได้ยินการคืบคลานเข้ามาของทุนต่างประเทศสนใจตั้งร้านค้าปลอดอากร และส่งมอบสินค้าภายในสนามบินของไทย
เป็นถิ่นเดิมของ “กลุ่มบริษัท คิงเพาเวอร์” อาณาจักรของ วิชัย ศรีวัฒนประภา
ไม่นานมานี้ ตระกูล “ศรีวัฒนประภา” ได้ซื้อสโมสรเลสเตอร์ ซิตี้ ก่อนจะก้าวขึ้นไปคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2015-16 ชนิดพลิกลูกหนังโลก มีส่วนช่วยสร้างชื่อแบรนด์คิงเพาเวอร์บนหน้าอกเสื้อนักฟุตบอลให้คนทั่วโลกรู้จักเป็นอย่างดี
สาเหตุหนึ่งที่กลุ่มคิงเพาเวอร์เร่งสร้างชื่อเสียง ส่วนหนึ่งเพราะการเข้ามารับไม้บริหารงานต่อของ อัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา ลูกชายของวิชัย วิสัยทัศน์ที่ต้องการสร้างองค์กรให้ทันสมัย จึงเริ่มรุกธุรกิจขายสินค้าออนไลน์ขยายฐานลูกค้า ไม่จำกัดแค่นักท่องเที่ยวที่เข้ามาเที่ยวในประเทศไทย แต่ยังหมายถึงลูกค้าทั่วโลก โดยเฉพาะประเทศจีนซึ่งเป็นตลาดค้าขายที่ใหญ่ที่สุดในโลก ยิ่งสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จัก ยิ่งทำให้สินค้าออนไลน์ขายได้ง่ายขึ้น
แม้ว่าก่อนหน้านี้สัดส่วนรายได้ของกลุ่มคิงเพาเวอร์ เมื่อแบ่งตามกลุ่มลูกค้าจะพบว่า 80% มาจากลูกค้าชาวจีน อีก 5% มาจากรัสเซีย ที่เหลือเป็นกลุ่มลูกค้าชาวไทยและประเทศอื่นๆ วิชัยให้ข้อมูลว่า นักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางมาเที่ยวประเทศไทย 100 คน จะซื้อของในร้านค้าปลอดอากรของคิงเพาเวอร์ 60-70%
แต่ตลาดอีคอมเมิร์ซของชาวจีนเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม นักธุรกิจรุ่นใหม่อย่างอัยยวัฒน์เปิดตลาดด้วยการสร้างเว็บไซต์ขายสินค้าและนำสินค้าแบรนด์คิงเพาเวอร์ โดยเฉพาะสินค้าไทยที่ผลิตโดยคนไทย ไปวางขายในเว็บไซต์ของอาลีบาบาเรียบร้อยแล้ว
ล่าสุดการเข้าซื้อหุ้นบริษัท เอเชีย เอวิเอชั่น จำกัด (มหาชน) หรือไทยแอร์เอเชีย มูลค่ากว่า 7,944 ล้านบาท คิดเป็น 39% ของหุ้นทั้งหมดที่มีสิทธิออกเสียงของบริษัทจากกลุ่มธรรศพลฐ์ แบเลเว็ลด์ ด้วยเงินสดของครอบครัว เป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ที่จะเสริมรายได้ให้ทั้งคิงเพาเวอร์และไทยแอร์เอเชีย
“วิชัย” ให้สัมภาษณ์ว่า การเข้าซื้อหุ้นไทยแอร์เอเชีย หากมองในแง่กลยุทธ์แล้ว ธุรกิจแอร์ไลน์เป็นธุรกิจที่เสริมตัวดิวตี้ฟรีอยู่แล้ว เพราะสายการบินนำนักท่องเที่ยวเข้ามาในประเทศไทย โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีน ประสบการณ์ทำธุรกิจร้านค้าปลอดอากรมากว่า 26 ปี ได้รับเสียงเรียกร้องจากเอเยนซี่ทัวร์จีนว่า บางมณฑลยังไม่มีสายการบินที่มีเที่ยวบินตรงจากจีนมาไทย โดยเฉพาะพื้นที่ท่องเที่ยวอย่างพัทยา ภูเก็ต และเชียงใหม่ หลังจากนี้จะเข้าไปหารือร่วมกันในการวางกลยุทธ์ การจัดโปรโมชั่นระหว่างไทยแอร์เอเชียและคิงเพาเวอร์
อีกกลยุทธ์หนึ่งที่อัยยวัฒน์เปิดเผยคือ จะใช้ศักยภาพของไทยแอร์เอเชียที่มีกลุ่มลูกค้าเดียวกับกลุ่มคิงเพาเวอร์ คือกลุ่มนักท่องเที่ยวมาช่วยหนุนทั้งสองธุรกิจให้เติบโต แบ่งปันฐานข้อมูลทั้งธุรกิจการบินและธุรกิจค้าปลีกระหว่างกันให้ได้ข้อมูลเชิงลึกในการทำการตลาด ลูกค้าซื้อของได้ง่ายขึ้น และได้รับบริการที่ดีจากทั้งสองบริษัท รับส่งของบนเครื่องบิน เลือกซื้อสินค้าบนเครื่องบิน รวมทั้งใช้ขนส่งสินค้าที่ได้รับพรีออเดอร์ในเว็บไซต์ หนุนให้ทั้งสองบริษัทมีรายได้สูงขึ้น
ด้วยกลยุทธ์เสริมกันและกัน คือแอร์เอเชียพานักท่องเที่ยวเข้าร้านค้า ส่งสินค้า ขายและรับสินค้าบนเครื่อง จะหนุนให้ยอดขายสินค้าคิงเพาเวอร์พุ่งขึ้น ด้านแอร์เอเชียเองก็เปิดเส้นทางการบินได้เร็วขึ้น กลุ่มลูกค้าเน้นขึ้นจากความสัมพันธ์ของคิงเพาเวอร์ที่มีต่อเอเยนซี่ทัวร์จีน ถือว่าวิน-วินทั้งสองฝ่าย
สุวัฒน์ วัฒนพรพรหม นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด มองว่า คาดว่าไทยแอร์เอเชียจะได้ประโยชน์จากเจ้าของใหม่ เพราะ “คิงเพาเวอร์” ผู้นำธุรกิจจำหน่ายสินค้าปลอดภาษี มีกำไรสูงเกินปีละ 1 หมื่นล้านบาท มีฐานะทางการเงินแข็งแกร่งมากขึ้นกว่าผู้ถือหุ้นใหญ่เดิม ช่วยให้ไทยแอร์เอเชียมีศักยภาพแข่งขันกับคู่แข่งได้ดีขึ้น ช่วยให้การขยายธุรกิจเดินหน้าไปอย่างมั่นคงมากขึ้น ขณะที่ระยะยาว จะเห็นการต่อยอดขายสินค้าปลอดภาษีบนเครื่องบินไทยแอร์เอเชียมากขึ้น เพิ่มสัดส่วนรายได้ที่ไม่ใช่ค่าโดยสาร คาดว่าแอร์เอเชียจะมีกำไรปีนี้ที่ 1,670 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 54.4% มาจากปัจจัยหนุน คือ จำนวนผู้ใช้บริการที่เติบโตสูงตามการท่องเที่ยวไทยและอานิสงส์ทางอ้อมจากปัญหาขาดแคลนนักบินชั่วคราวของนกแอร์
ขณะที่นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) และนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด มองตรงกันว่า การเข้ามาของกลุ่มคิงเพาเวอร์จะเป็นประโยชน์กับไทยแอร์เอเชียในแง่ของการเพิ่มรายได้ที่ไม่เกี่ยวข้องกับการบินในอนาคต เนื่องจากกลุ่มคิงเพาเวอร์เป็นหนึ่งในธุรกิจค้าปลีกระดับแนวหน้าของไทย และคิงเพาเวอร์เพิ่มยอดขายออนไลน์ผ่านไทยแอร์เอเชียได้
ในภาคการค้าปลีกในธุรกิจร้านค้าปลอดอากรนั้น นายวิชัยให้สัมภาษณ์ว่า อยู่ระหว่างเตรียมรุกไปเปิดสาขาในต่างประเทศ ซึ่งแผนขยายไปในภูมิภาค เดิมทีมีผู้ลงทุนจากญี่ปุ่นมาชวนไปเปิดร้านค้าปลอดอากรที่ญี่ปุ่น แต่หลังพิจารณาแล้วประเมินว่าบุคลากรไม่พอ จึงไม่ไปลงทุน และหันกลับมามุ่งขยายธุรกิจในประเทศและประเทศเพื่อนบ้านก่อน
“ในประเทศเพื่อนบ้านอยู่ระหว่างเจรจาลงทุนในพม่า ถ้าเป็นไปตามแผนน่าจะได้เห็นความชัดเจนในปีนี้โดยเน้นที่สนามบินใหญ่ๆ ในประเทศพม่าก่อน ขณะเดียวกัน บริษัทต้องพิจารณาก่อนว่าความคุ้มค่าการลงทุนและความพร้อมของประเทศพม่าเองด้วย รวมทั้งฐานลูกค้าที่เดินทางเข้าพม่า แต่ในเบื้องต้นบริษัทเชื่อว่าการลงทุนในพม่าเป็นโอกาส เพราะเป็นประเทศเปิดใหม่และรัฐบาลน่าจะส่งเสริมการท่องเที่ยวมากขึ้น” นายวิชัยกล่าว พร้อมทั้งดีดลูกคิดในหัวว่า ธุรกิจที่เข้าซื้อคือไทยแอร์เอเชียและธุรกิจเดิมจะเติบโตไปด้วยกันไม่ต่ำกว่าปีละ 10-15% โดยปกติไทยแอร์เอเชียเติบโตอยู่ประมาณปีละ 20% ขณะที่คิงเพาเวอร์เพียงแค่ไตรมาสแรกของปี 2559 เติบโตแล้ว 20% ตามเป้าหมายในปี 2560 ในส่วนคิงเพาเวอร์ต้องมียอดขาย 1 แสนล้านบาท จากปีนี้ที่ตั้งเป้าว่าจะมียอดขาย 8.5 หมื่นล้านบาท ยอดขายตรงนี้ยังไม่รวมการเข้าซื้อไทยแอร์เอเชียที่ปกติมีรายได้ประมาณ 3 หมื่นล้านบาทต่อปี
จะมีการเข้าซื้อธุรกิจอื่นๆ ตามมาอีกไหม “วิชัย” บอกว่า ปกติไม่สนใจซื้อธุรกิจอื่นนอกเหนือจากที่ตัวเองถนัด หลังจากนี้สนใจจะซื้ออย่างเดียวคือ “นักเตะ” ส่วนธุรกิจการบินแม้จะไม่ใช่ธุรกิจที่ถนัด แต่เนื่องจากมีลูกค้าอยู่ในอุตสาหกรรมเดียวกัน และไทยแอร์เอเชียมีผู้บริหารมืออาชีพบริหารอยู่ รวมทั้งเคยซื้อหุ้นสายการบินโลว์คอสต์อย่างนกแอร์มาก่อน จึงตัดสินใจไม่ยากนัก
“วิชัย” กล่าวทิ้งท้ายว่า ปกติไม่สนใจซื้อธุรกิจอื่นที่ไม่ถนัด แต่ไม่ปิดโอกาสที่จะซื้อกิจการเพิ่ม หากตลาดเปลี่ยนแปลงไป
ส่วนจะซื้ออะไรต่อคงต้องติดตาม

