กนอ.-ปตท.ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือพัฒนาธุรกิจการให้บริการดิจิทัล พร้อมหนุนผู้ประกอบการใช้ระบบ หุ่นยนต์-อัตโนมัติ
น.ส.สมจิณณ์ พิลึก ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(กนอ.) เปิดเผยว่า กนอ. ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ(เอ็มโอยู) กับ ปตท. ศึกษาพัฒนาธุรกิจการให้บริการระบบดิจิทัล ที่สอดรับกับนโยบายพัฒนาแพลตฟอร์มการปฏิรูปอุตสาหกรรม (ไอทีพี) และขับเคลื่อนอุตสาหกรรมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติพร้อมขับเคลื่อนการดำเนินงานให้เกิดผลเป็นรูปธรรม โดยมุ่งยกระดับขีดความสามารถของผู้ประกอบการให้ก้าวสู่อุตสาหกรรม 4.0 รวมทั้งบูรณาการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ ในแพลตฟอร์มดิจิทัลอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งผู้ประกอบการ ภาครัฐ สถาบันการเงิน และผู้ให้บริการออกแบบระบบ(เอสไอ) ช่วยให้ผู้ประกอบการเข้าถึงมาตรการสนับสนุนต่างๆ อาทิ การขอรับการส่งเสริมการลงทุน การขอรับคำปรึกษา การประเมินความพร้อมและความคุ้มค่าในการลงทุน ตลอดจนการจัดหาแหล่งเงินทุนและเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำได้แบบเบ็ดเสร็จในจุดเดียว
น.ส.สมจิณณ์ กล่าวว่า การนำระบบมาใช้ ผู้ประกอบการจะสามารถเข้าถึงผู้ให้บริการออกแบบระบบที่มีคุณภาพ มีความน่าเชื่อถือ รวมถึงได้งานตรงตามความต้องการ และได้รับการส่งมอบงานที่ตรงเวลา ในราคาที่เหมาะสม ทำให้ลดต้นทุนในการจัดหาและจัดซื้อ ตลอดจนสามารถขอรับสิทธิประโยชน์ต่างๆ จากภาครัฐและเอกชน โดยเฉพาะแหล่งเงินทุนต่างๆ ได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และราบรื่น ในขณะเดียวกันจะทำให้เกิดการขยายตัวของการผลิต การใช้อุตสาหกรรมหุ่นยนต์ และระบบอัตโนมัติอย่างแพร่หลาย อันจะนำมาซึ่งการแจ้งแรงงานที่มีทักษะสูง ตรงกับความต้องการในอุตสาหกรรมเป้าหมาย ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ของประเทศ
นายชาญศิลป์ ตรีนุชกร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ความร่วมมือในครั้งนี้ ปตท.มีความมุ่งมั่นในการดำเนินงานตามแผนการศึกษาการพัฒนาธุรกิจใหม่เพื่อให้บริการด้านดิจิทัลพร้อมไปกับการพัฒนาระบบ ไอทีพี โปรแกรม ให้เป็นเครื่องมือในการสร้างสภาพแวดล้อม ที่จะเป็นกลไกในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0 พร้อมร่วมกำหนดแนวทางการรับรองมาตรฐานการให้บริการด้านดิจิทัลและด้านอื่นที่เกี่ยวข้อง รวมถึงมาตรการส่งเสริมเพื่อเป็นแรงจูงใจให้ผู้ประกอบการปรับเปลี่ยนมาใช้ระบบอัตโนมัติ พร้อมกระตุ้นให้ภาคอุตสาหกรรมมีการใช้ระบบหุ่นยนต์ ระบบอัตโนมัติ และเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อก้าวสู่การเป็น อุตสาหกรรม 4.0 และมุ่งสู่ ไทยแลนด์ 4.0 อย่างเต็มรูปแบบได้ต่อไป

