เปิดแล้ว “แอมไชน่าทาวน์” มิกซ์ยูสแห่งใหม่ใจกลางเยาวราช

นายสุวรรณ เลิศปัญญาโรจน์ กรรมการ บริษัท ไอแอมไชน่าทาวน์ จำกัด เปิดเผยว่ ย่านเยาวราช หรือ ไชน่าทาวน์ เป็นย่านเศรษฐกิจที่สำคัญลำดับต้นๆ ของประเทศไทย เพราะไม่เพียงแต่จะเป็นศูนย์รวมการค้าขายของชาวไทยเชื้อสายจีนในประเทศไทยมาอย่างยาวนาน แต่ยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลก โดยเฉพาะในเรื่องของการไหว้พระทำบุญ ศิลปวัฒนธรรม และสตรีทฟูด ทั้งยังเป็นศูนย์กลางแลกเงินที่สำคัญ เป็นแหล่งซื้อขายทองคำ ศูนย์การค้าส่งเสื้อผ้า ของฝากของชำร่วย และศูนย์รวมการขายของแห้ง ปัจจุบันวิถีชีวิตของคนในชุมชนนี้ค่อยๆ ปรับเปลี่ยนตามการขยายตัวทางเศรษฐกิจและความก้าวหน้าทันสมัยของสังคม มีอาคารร้านค้าที่ทันสมัย โรงแรมบูติก หรือแม้แต่ร้านอาหารเก๋ๆ ที่เน้นงานดีไซน์ที่ผสมผสานศิลปะดั้งเดิมของตึกหรือสิ่งปลูกสร้างตั้งแต่อดีต เพื่อดึงดูดคนรุ่นใหม่ให้หลั่งไหลเข้ามาจับจ่ายใช้สอยในย่านนี้กันมากขึ้น

“แต่ย่านไชน่าทาวน์มีข้อจำกัดในเรื่องที่ดิน ไม่สามารถก่อสร้างอาคารขนาดใหญ่ ทำได้แค่เพียงการปรับปรุงซ่อมแซมอาคารเดิม บริษัทฯ จึงได้ตัดสินใจพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ประเภทมิกซ์ยูส เพื่อรองรับกลุ่มลูกค้าเป้าหมายทุกเพศทุกวัย และสามารถเพิ่มสีสันให้กับเยาวราชมากยิ่งขึ้น โครงการ I’m Chinatown มีพื้นที่ขนาด 40,000 ตารางเมตร จึงเป็นโครงการมิกซ์ยูสขนาดใหญ่ที่สุดโครงการแรกที่มีการก่อสร้างในย่านนี้ภายในรอบ 30 ปี ซึ่งตั้งห่างจากสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT วัดมังกร เพียงแค่ 1 นาทีเท่านั้น โดยศูนย์การค้าดังกล่าวได้เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายนหรือวันนี้”นายสุวรณกล่าว

นายสุวรรณกล่าวว่า ทั้งนี้ โครงการ I’m Chinatown ประกอบไปด้วย 4 ส่วน คือ 1.โรงแรม ซึ่งเป็นการร่วมมือกันระหว่างโรงแรม “อาศัย” (ASAI) เครือดุสิต ซึ่งเป็นโรงแรมเจาะกลุ่มไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่จากทั่วทุกมุมโลก ที่มองหาประสบการณ์ที่แตกต่างไป โดยเน้นการเข้าถึงวิถีชุมชน หรือ ‘Live Local’ มี224 ห้องให้บริการตั้งแต่ชั้น 4 – 8 ของศูนย์การค้าฯ คาดว่ากลุ่มลูกค้าเป้าหมายเป็นนักท่องเที่ยวจีน 40% ที่เหลือเป็นนักท่องเที่ยวจาก ญี่ปุ่น เกาหลี และยุโรป และมั่นใจอัตราการเข้าพักเฉลี่ยทั้งปีอยู่ที่กว่า 90% 2.อาคารจอดรถสามารถจอดรถได้ 300 คัน ซึ่งสามารถอำนวยความสะดวกกับผู้มาใช้บริการและประชาชนที่จะเดินทางมาไชน่าทาวน์ 3.เรสซิเดนซ์ ที่เป็นคอนโดมิเนียมแบบตกแต่งเสร็จพร้อมอยู่ 8 ชั้น จำนวน 43 ยูนิต ใช้ชื่อว่า I’m Chinatown Residence ซึ่งตอบสนองประชาชนที่พักอาศัยในย่านนี้ที่ไม่ต้องเดินทางออกไปชานเมืองและกลับมาตอนเช้า รวมถึงเจ้าของกิจการและผู้ประกอบการที่มีธุรกิจในย่านนี้ ในส่วนคอนโดมิเนียมจะมีการใช้ระบบลิฟต์แยกตามชั้นเพื่อความเป็นส่วนตัว มีระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง เข้า – ออก โครงการด้วยระบบ คีย์การ์ด ซึ่งปัจจุบันได้ทำการปิดการขายไปแล้ว และ 4.ศูนย์การค้า ซึ่งจะเป็นศูนย์รวมของฝากและร้านอาหาร เป็นจุดนัดพบของนักท่องเที่ยว โดยสามารถแบ่งกลุ่มเป้าหมายได้ 4 กลุ่ม ได้แก่

1.I’m Local – กลุ่มผู้อาศัยท้องถิ่นที่พำนัก และดำรงชีวิตในชุมชนเยาวราชหรือย่านใกล้เคียงจากรุ่นสู่รุ่นมีความคุ้นเคยและรู้จักย่านนี้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นร้านค้า ธุรกิจค้าปลีกรายย่อย หรือชุมชนผู้อาศัยภายในย่านนี้ 2.I’m Visitor – กลุ่มผู้เยี่ยมเยือน ผู้สัญจรที่หลงใหลในเสน่ห์แห่งเยาวราช สนใจและมักหาเวลามาสำรวจเสาะหาประสบการณ์ภายในย่านนี้ แฟนพันธุ์แท้ที่ชอบสังสรรค์กับเพื่อนฝูงตามโอกาสพิเศษต่างๆ 3.I’m Teen – นักเรียน นักศึกษา วัยรุ่น ที่ชอบหาเวลาพบปะเพื่อนฝูง สนใจมองหาประสบการณ์แปลกใหม่ร่วมกัน และออกมาสนุกกับการหาของกินกับเพื่อนๆ ในย่านเยาวราชอยู่เป็นประจำ และ 4.I’m Tourist – นักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลก ที่หลงใหลกับเสน่ห์ของเยาวราช และชอบแสวงหาประสบการณ์ยามราตรีในย่านเยาวราช ตลอดจนอาหารจีนและอาหารท้องถิ่นที่ทำให้ได้สัมผัสชีวิต และไลฟ์สไตล์ของชุมชนจีนในเยาวราช

นายสุวรรณกล่าวว่า ต้องการผลักดันให้ศูนย์การค้า I’m Chinatown เป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาให้เยาวราช แข็งแกร่งและยั่งยืน โดยเชื่อมต่อไลฟ์สไตล์ใหม่ๆ และสร้างสีสันเพื่อให้ตอบโจทย์ทุกคนที่มาใช้บริการในบริเวณเยาวราชและพื้นที่โดยรอบ ทั้งยังมุ่งเน้นที่จะร่วมมือ ร่วมใจ และส่งเสริมให้มีการขับเคลื่อนภายในชุมชนมากยิ่งๆ ขึ้นไป โดยสถานที่ตั้งของโครงการฯ อยู่บนถนนเจริญกรุง ด้านหน้าสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT วัดมังกร (ทางออก 1) ซึ่งปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวและผู้สัญจรขึ้นลงสถานีดังกล่าวไม่น้อยกว่า 10,000 คนต่อวัน โครงการ I’m Chinatown จึงทำหน้าที่เป็นเสมือนประตูใหญ่สู่ใจกลางเยาราช โดยคาดว่าจะสามารถทำรายได้จากการปล่อยเช่าพื้นที่ของศูนย์การค้าฯ อยู่ที่ 100 ล้านบาทต่อปี และจะถึงจุดคุ้มทุนภายใน 5-7 ปี คาดว่าจะมีผู้มาใช้บริการไม่น้อยว่า 8,000 คนต่อวัน ทั้งยังคาดการณ์ว่าจะมีผู้มาใช้บริการต่อวันไม่น้อยกว่า 8,000 คน

บทความก่อนหน้านี้กุนซือเวียดนาม ‘ปาร์ค ฮัง ซอ’ ไม่แปลกใจ ‘ช้างศึก’ บุกพ่าย ‘มาเลเซีย’
บทความถัดไป“PRIME” โชว์กำไรโต 28% เดินหน้าขยายลงทุนรองรับธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนสดใส ลุย 2 โครงการในไทย ขอไฟเขียวผู้ถือหุ้นลงทุนในกัมพูชา