วันที่ 15 พฤศจิกายน 2562 ผู้สื่อข่าวรายงานภาวะหุ้นวันนี้ว่า หุ้นเคลื่อนไหวในแดนลบ โดยเปิดตลาดภาคเช้ามาที่ระดับ 1,609.47 จุด ปิดตลาดภาคเช้าที่ระดับ 1,601.79 จุด ก่อนปิดตลาดภาคบ่ายที่ระดับ 1,602.23 จุด ปรับลดลง 7.24 จุด หรือ 0.45% โดยดัชนีทำจุดสูงสุดที่ระดับ 1,615.48 จุด และทำจุดต่ำสุดที่ระดับ 1,595.32 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขายที่ 44,569.98 ล้านบาท โดยแบ่งเป็น นักลงทุนสถาบันในประเทศ ขายสุทธิ 660.02 ล้านบาท นักลงทุนบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ ขายสุทธิ 252.12 ล้านบาท นักลงทุนต่างประเทศ ขายสุทธิ 718.88 ล้านบาท นักลงทุนทั่วไปในประเทศ ซื้อสุทธิ 1,631.02 ล้านบาท
โดยนายวีระวัฒน์ วิโรจน์โภคา ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ฟินันเซีย ไซรัส เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดหุ้นไทย ปรับลดระดับลงต่ำกว่าจุดวัดใจที่ 1,600 จุด ในระหว่างทางก่อนปิดตลาด ซึ่งถือว่าอ่อนแอกว่าที่คาดการณ์ไว้ โดยดัชนีฯหลุดแนว 1,600 จุด สาเหตุมาจากแรงขายที่มีเข้ามากระจายไปยังหุ้นหลายตัว เนื่องจากภาพรวมผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ในไตรมาส 3 ปี 2562 ที่ออกมาต่ำกว่าที่คาดไว้ ขณะที่ตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียวันนี้แกว่งไซด์เวย์ โดยตลาดในโซนยุโรปยังยืนบวกได้เล็กน้อยประมาณ 0.3-0.5% ส่วนดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์สก็ยังยืนในแดนบวกได้ ถือเป็นการตอบรับความคาดหวังการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯและจีน ที่น่าจะดีขึ้นได้
“สำหรับแนวโน้มการลงทุนในสัปดาห์หน้า คาดว่าตลาดคงจะยังแกว่งตัวในกรอบแคบ โดยให้กรอบการเคลื่อนไหวของดัชนีหุ้นไทยทั้งเดือนไว้ที่ระดับ 1,580-1,640 จุด แต่สำหรับสัปดาห์หน้าจะมีแนวรับอยู่ที่ 1,590-1,580 จุด ส่วนแนวต้าน 1,620 จุด พร้อมให้ติดตามตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศไทย (จีดีพี) ในไตรมาส 3 ของปีนี้ ที่จะออกมาในสัปดาห์หน้า ส่วนปัจจัยภายนอกก็ให้ติดตามพัฒนาการสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนต่อไป รวมถึงสัปดาห์หน้าจะมีตัวเลขจีดีพีของต่างประเทศทยอยออกมาด้วย”นายวีระวัฒน์กล่าว
เกาะกระแสเศรษฐกิจ กับ Line@มติชนเศรษฐกิจใกล้ตัว

