‘หอการค้าฯ’ เตรียมยื่นข้อเสนอแนะแบน 3 สาร ต่อนายกฯ 18 พ.ย.นี้

นายกลินท์ สารสิน ประธานกรรมการหอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ในวันที่ 18 พฤศจิกายนนี้ ตนจะไปยื่นข้อเสนอแนะเรื่องการการดูแลของภาครัฐ หลังจากที่มีคณะกรรมการวัตถุอันตราย มีมติยกการใช้ (แบน) สารเคมีอันตราย 3 ชนิด คือ พาราควอต คลอร์ไพริฟอส และไกลโฟเซต ที่จะมีผลในวันที่ 1 ธันวาคม 2562 ให้กับพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ที่ทำเนียบรัฐบาล โดยจะเสนอแนะประมาณ 3-4 เรื่อง อาทิ แนวทางช่วยเหลือเกษตรกรที่มีการซื้อสารฯไว้ก่อนหน้านี้แล้ว แต่ยังไม่มีการนำมาใช้ รัฐจะมีการช่วยเหลืออย่างไร

นายกลินท์ กล่าวต่อว่า และกฎเกณฑ์ในการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ หากยึดตามกฎของประเทศไทยที่ห้ามนำเข้าสินค้าที่มีการใช้สารเคมีทั้ง 3 ชนิด โดยต้องไม่มีสารตกค้างเลย จึงอยากให้ยึดตามมาตรฐานการตรวจสอบสินค้าที่มีสารตกค้าง (โคเด็กซ์) ที่ถือว่าเป็นมาตรฐานสากลที่มีการใช้เกือบทุกประเทศ เนื่องจาก มาตรฐานโคเด็กซ์สามารถนำเข้าสินค้าที่มีสารปนเปื้อนได้เล็กน้อย เผื่อเอื้อประโยชน์ต่อการนำเข้าสินค้าของบางประเทศที่ยังมีการใช้สารเคมีอันตราย ทั้ง 3 ชนิดอยู่

“ในวันที่ 18 พฤศจิกายนนี้ ผมจะเข้าไปยื่นข้อเสนอแนะ และหารือกับ พล.อ.ประยุทธ์ ในเรื่องของรายละเอียดแต่ละข้อที่มีการนำเสนอไป เนื่องจากบางเงื่อนไขของการแบนสารเคมี 3 ชนิด ทำให้เกิดอุปสรรคในการนำเข้าสินค้าและวัตถุดิบที่บางอุตสาหกรรมยังต้องใช้ อาทิ อุตสาหกรรมการผลิตอาหารสัตว์ เป็นต้น เชื่อว่าหากรัฐบาลรับฟังข้อเสนอแนะของภาคเอกชน จะสามารถลดปัญหาความขัดแย้งที่จะตามมาได้แน่นอน” นายกลินท์กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ คณะกรรมการวัตถุอันตราย มีมติแบนสารเคมีอันตราย 3 ชนิด และมีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เสนอให้ปรับวัตถุอันตายพาราควอต คลอร์ไพริฟอสและไกลโฟเซต ที่อยู่ในความรับผิดขอบของกรมวิชาการเกษตร จากวัตอันตรายชนิดที่ 3 ให้เป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 4 โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2562 นอกจากนี้ กรมวิชาการเกษตร ยังได้เตรียมพร้อมในการป้องกันการลักลอบนำเข้าสารทั้ง 3 ชนิด อีกด้วย เนื่องจากการนำมาใช้หรือมีไว้ในครอบครองจะมีโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี ปรับไม่เกิน 1 ล้านบาท ส่วนการช่วยเหลือเกษตรกรในเบื้องต้น จะมีการสนับสนุนให้เกษตรกรหันมาทำเกษตรอินทรีย์ เพื่อสร้างมูลค่าให้กับสินค้าเกษตรต่อไป

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้จากเงินแค่ “5 ” กลายเป็น ” 4 ล้าน 5 แสน”ชั่วพริบตา!!!
บทความถัดไปธฤต จรุงวัฒน์ หัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการอาเซียน 2019 เล่าควันหลงส่งท้ายอาเซียน ซัมมิท 35