คลุกวงหุ้น : “ทรีนีตี้” ชี้หุ้นไทยยังแกว่งตัวในกรอบแคบต่อเนื่อง แถมมีโอกาสซึมตัวลงกว่าเดิม (ชมคลิป)

นายณัฐชาต เมฆมาสิน ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด เปิดเผยในรายการคลุกวงหุ้นว่า บรรยากาศตลาดหุ้นไทยน่าจะคล้ายคลึงกับช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยภาพรวมการซื้อขายในตลาดหุ้นไทย ค่อนข้างที่จะมีความเบาบาง จึงทำให้ดัชนีหุ้นแกว่งตัวได้ค่อนข้างแคบ รวมถึงอาจจะซึมตัวลงด้วย จึงมองว่าภาพรวมดัชนีอาจจะแกว่งตัวไซด์เวย์ถึงไซด์เวย์ดาวน์ โดยให้กรอบการเคลื่อนไหวของแนวต้านอยู่ที่ระดับ 1,620-1,630 จุด เท่านั้น ส่วนแนวรับแรกอยู่ที่ระดับ 1,600 จุด ซึ่งเป็นแนวรับที่มีผลกับจิตวิทยาของนักลงทุน ส่วนแนวรับที่ 2 ให้ไว้ที่ระดับ 1,580 จุด ซึ่งเป็นระดับที่ดัชนีปรับลดลงไปแตะในครั้งล่าสุด

นายณัฐชาตกล่าวว่า สำหรับปัจจัยที่ต้องติดตามในประเทศ เป็นเรื่องของผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนไทย (บจ.) ที่ล่าสุดประกาศออกมาแล้วพบว่าอ่อนแอกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้สูงมาก โดยส่วนใหญ่ผลออกมาต่ำกว่าที่ประเมินไว้ ทำให้อาจจะมีผลกระทบกับการปรับประมาณการของนักวิเคราะห์ในตลาดด้วย ทำให้นักวิเคราะห์อาจจะมีการปรับลดประมาณการณ์ผลกำไรของบริษัทจดทะเบียน ทั้งในส่วนของปี 2562 และในปี 2563 โดยล่าสุดการสำรวจของบลูมเบิร์ก คอนเซนซัส ได้ให้ประมาณการณ์ไว้ที่ 94.50 บาท จากเดิมที่อยู่ในระดับ 95-96 บาท ซึ่งถือว่าปรับลดระดับลงมาค่อนข้างแรง เพราะเป็นการปรับลดลงภายในเวลา 2 สัปดาห์เท่านั้น ส่วนในปี 2563 ปรับลดลงมาเหลือ 105.20 บาท เท่านั้น จากเดิมอยู่ที่ประมาณ 107 บาท ซึ่งถือว่าลดลงมาได้เร็วและแรงมากเช่นเดียวกัน ซึ่งหากภาพรวมยังอยู่ในลักษณะนี้ต่อไป ประเมินว่าโมเมนตัมในเชิงลบจะยังมีต่อเนื่อง เพราะเชื่อว่านักวิเคราะห์อาจจะต้องทยอยปรับลดประมาณการของผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนไทยลงอีก เพราะหากประเมินจากแนวโน้มเศรษฐกิจภายในก็ถือว่ายังไม่ได้ดีมากนัก โดยกำไรต่อหุ้น (อีพีเอส) มีความสำคัญ เนื่องจากมีผลต่อระดับดัชนีเป้าหมายหุ้นไทยด้วย

“ส่วนปัจจัยต่างประเทศ ประเมินว่าภาพรวมดูดีกว่าปัจจัยภายใน รวมถึงอาจจะเป็นตัวช่วยประคับประคองตลาดได้ โดยปัจจัยแรกที่เห็นได้ชัดเป็นเรื่องของราคาน้ำมันที่เริ่มไต่ระดับปรับตัวขึ้นได้อีกครั้ง ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อหุ้นในกลุ่มพลังงานของไทย รวมถึงยังมีเรื่องขององค์การกลุ่มประเทศผู้ส่งน้ำมันออก (โอเปก) ที่เตรียมจะมีการประชุมกันในช่วงต้นเดือนธันวาคม 2562 ซึ่งเริ่มมีการคาดคะเนกันว่า ทางกลุ่มโอเปกจะมีการปรับลดกำลังการผลิตลงอีกครั้ง ซึ่งอาจจะทำให้ซัพพลายในอนาคตลดลงไปอีก โดยจะเป็นตัวช่วยคำยันราคาน้ำมันต่อไปได้ ส่วนอีกปัจจัยหนึ่งเป็นปัจจัยกดดันเล็กๆในส่วนของหุ้นกลุ่มวัฏจักร อาทิหุ้นกลุ่มปิโตรเคมีแลพอิเล็คทรอนิกส์ ที่ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาปรับตัวลดลงแรง ซึ่งเป็นผลจากตัวเลขเศรษฐกิจของจีนที่เปิดเผยออกมาอ่อนแอมาก สาเหตุมาจากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีน (เทรดวอร์) ที่ยังไม่สามารถตกลงกันได้ จึงจะต้องติดตามอย่างใกล้ชิดต่อไป ส่วนกลยุทธ์ที่แนะนำในการลงทุนคือ ไม่แนะนำให้เพิ่มสัดส่วนการลงทุนใหม่ จนกว่าดัชนีหุ้นไทยจะลดลงในแนวรับที่ระดับ 1,600 จุด หรือต่ำกว่านั้น ซึ่งประเมินว่าระดับดังกล่าวจะเป็นจุดที่สามารถเข้าซื้อสะสมหุ้นได้เพิ่มเติม ส่วนนักลงทุนที่มีการถือหุ้นอยู่ แนะนำให้เลือกลงทุนในหุ้นกลุ่มที่ได้รับประโยชน์จากการปรับลดอัตราดอกเบี้ย และกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากการปรับเพิ่มน้ำหนักของดัชนีเอ็มเอสซีไอ”นายณัฐชาตกล่าว

ส่วนหุ้นเด่นจะเป็นตัวไหน ต้องติดตามในรายการคลุกวงหุ้น!

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้“บิ๊กป้อม” เปิดงานแสดงอาวุธ2019 พร้อมจัดโชว์ชิงตัวประกัน ปราบก่อการร้าย (ชมคลิป)
บทความถัดไปเขตห้ามล่าสัตว์ป่าหมู่เกาะลิบงตรัง “จับมือ” ชาวบ้านเดินหน้าวางทุ่นกำหนดพื้นที่คุ้มครองพะยูน