หน้าแรก เศรษฐกิจ สศอ.คาดปีหน้า...

สศอ.คาดปีหน้ายอดใช้อีวีทะลุ 6 หมื่นคัน ส.ยานยนต์แนะปรับภาษีกระตุ้นตลาด

20.11.19 | 04:26 น.

สศอ.คาดปีหน้ายอดใช้รถอีวีทะลุ 6 หมื่นคัน ส.ยานยนต์แนะปรับโครงสร้างภาษีกระตุ้นบีอีวี

นายอดิทัต วะสีนนท์ รองผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) เปิดเผยในงานประชุมเชิงปฏิบัติการ แนะนำ “กฎระเบียบและมาตรฐานยานยนต์ไฟฟ้า” จัดโดยสถาบันยานยนต์ ร่วมกับ องค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น(เจโทร) ว่า ปัจจุบันตลาดรถยนต์ไฟฟ้าของไทยเติบโตอย่างก้าวกระโดด จากปี 2559 มีจำนวน 9,606 ในปี 2560 เพิ่มเป็น 11,983 และในปี 2561 เพิ่มเป็น 20,204 คัน คาดว่าในปี 2562 จะทะลุถึง 30,000 คัน และคาดว่าในปี 2563 ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าจะเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว
โดยจำนวนนี้จะเป็นรถยนต์ไฮบริด ที่ใช้ทั้งระบบน้ำมันร่วมกับระบบขับเคลื่อนไฟฟ้า 60-70% เป็นรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด ที่เป็นรถยนต์ที่ใช้น้ำมันและเสียบปลั๊กชาร์จไฟฟ้าได้ 20-30% ที่เหลือเป็นรถยนต์บีอีวี หรือรถยนต์ที่ใช้ไฟฟ้า 100% ซึ่งยังมีจำนวนไม่มาก

นายอดิทัตกล่าวว่า สศอ.จะส่งเสริมให้เกิดการผลิตรถยนต์ไฮบริดปลั๊กอินให้มากขึ้น เพราะจะทำให้เกิดสถานีชาร์จไฟฟ้าเพิ่มขึ้น เพื่อรองรับอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบในอนาคต โดยปีหน้าคาดว่าค่ายรถยนต์ที่ได้รับการส่งเสริมจะลงทุนเปิดสายการผลิตอีกหลายราย โดยในขณะนี้มีผู้ขอลงทุนผลิตรถยนต์ไฟฟ้า 13 ราย แบ่งเป็น รถไฟฟ้าไฮบริด 4 ราย รถไฟฟ้าแบบปลั๊กอินไฮบริด 5 ราย และรถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ 4 ราย

นายอดิศักดิ์ โรหิตะศุน รักษาการผู้อำนวยการสถาบันยานยนต์ กล่าวว่า การส่งเสริมการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าให้เกิดขึ้นในไทยอย่างรวดเร็ว รัฐบาลควรจะปรับปรุงโครงสร้างภาษีจากปัจจุบันที่เก็บภาษีรถยนต์ไฮบริดที่ 4% ส่วนรถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่เก็บ 2% ซึ่งมองว่าระยะห่างน้อยเกินไปทำให้ค่ายรถยนต์หันไปผลิตรถยนต์ไฮบริดมากกว่า ขณะที่รถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ก็มีราคาสูงกว่ารถยนต์ไฮบริดมาก ทำให้ขยายตลาดรถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ได้ยาก

นายอดิศักดิ์กล่าวว่า ภาพรวมอุตสาหกรรมรถยนต์ขณะนี้จากการลดเป้าการผลิตลง 1 แสนคัน ในช่วงปลายปีส่งผลกระทบต่อผู้ผลิตชิ้นส่วนที่ต้องลดเวลาการทำงาน ให้คนงานหยุดทำงาน หรือลดโอทีบ้าง เพราะไม่ตรงกับแผนเดิมที่วางไว้ แต่มั่นใจว่าจะไม่ถึงขั้นให้แรงงานออกจากงาน ส่วนปีหน้าหากปรับเป้าการผลิตรถยนต์ลดลงจากปีนี้ จะไม่ส่งผลต่อการจ้างงาน เพราะผู้ผลิตจะคำนวนปริมาณการผลิตทั้งปีให้ทุกเดือนมียอดการผลิตสม่ำเสมอ ทำให้คนงานมีชั่วโมงการทำงานตามปกติ

Advertisement