กฟผ.เตรียมลงนามสัญญาบี.กริม ธ.ค.นี้ คิกออฟโซลาร์ลอยน้ำเขื่อนสิรินธร
นายพัฒนา แสงศรีโรจน์ รองผู้ว่าการยุทธศาสตร์ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยระหว่างการพาคณะสื่อมวลชนศึกษาระบบกักเก็บพลังงานไฟฟ้าและเยี่ยมชมศูนย์ควบคุมการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน ณ ประเทศสเปน และโปรตุเกส ว่า ขณะนี้ กฟผ. อยู่ระหว่างการตรวจสอบรายละเอียดข้อเสนอของกิจการร่วมค้าบี.กริม เพาเวอร์-ไชน่า เอนเนอร์จี ที่เป็นการร่วมทุนของบริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) และไชน่า เอนเนอร์จี เอนจิเนียร์ริ่ง คอร์ปอเรชั่น ผู้เสนอราคาต่ำสุด ในการประมูลโครงการพลังงานหมุนเวียนแบบไฮบริดเพื่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทุ่นลอยน้ำ ร่วมกับโรงไฟฟ้าพลังน้ำ (ไฮโดรโฟลตติ้งโซลาร์) พื้นที่เขื่อนสิรินธร จ.อุบลราชธานี เพื่อให้มีการติดตั้งอุปกรณ์ทั้งหมดบนทุ่นลอยน้ำบนพื้นที่ผิวน้ำเนื้อที่กว่า 450 ไร่ กำลังผลิต 45 เมกะวัตต์ โดยจะประกาศรายชื่อผู้ชนะและคาดว่าจะสามารถลงนามสัญญาได้ในเดือนธันวาคมนี้

นายพัฒนา กล่าวว่า หลังจากลงนามสัญญาแล้ว จะมีการตรวจสอบรายละเอียดอุปกรณ์ต่างๆ ว่าตรงตามที่ได้เขียนไว้ในข้อกําหนดเงื่อนไขการประกวดราคา(ทีโออาร์) ซึ่งจะต้องใช้แผงโซลาร์เซลล์ชนิดดับเบิ้ลกลาส ที่เหมาะสมกับการวางแผงโซลาร์เซลล์ใกล้ผิวน้ำที่มีความชื้นสูงและมีการเคลื่อนไหวของผิวน้ำตลอดเวลา ใช้ทุ่นลอยน้ำชนิดเอชดีพีอี ซึ่งเป็นวัสดุแบบเดียวกับท่อประปาจึงไม่เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อมและสัตว์น้ำ มีการใช้ระบบการจัดการพลังงานควบคุมการส่งจ่ายพลังงานไฟฟ้าโดยใช้ระบบส่งไฟฟ้าเดิมของ กฟผ. คาดสามารถจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์ในเดือนธันวาคม 2563
นายพัฒนา กล่าวว่า นอกจากนี้ ตามแผนพัฒนากำลังผลิตพลังไฟฟ้าของไทย (พีดีพี2018) กฟผ. ยังมีแผนที่จะติดตั้งไฮโดรโฟลตติ้งโซลาร์ ในเขื่อนอื่นๆ ในระยะต่อไปในเขื่อนที่มีศักยภาพทั่วประเทศ อาทิ เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิตติ์ เป็นต้น รวมกำลังผลิตทั้งหมดกว่า 2,725 เมกะวัตต์


