คิดเห็นแชร์ : 5 คำถาม 5 คำตอบ สำหรับการลงทุนในตลาดการเงินปี 2020

เป็นธรรมดาของตลาดการเงิน ที่ช่วงการเริ่มต้นอะไรใหม่ก็มักมีแต่คำถาม และปี 2020 ก็มีหลายข้อสงสัยที่ต้องรู้คำตอบก่อนเข้าปีเสียด้วย

ผมจึงนำ “ห้าคำถามในตลาดการเงิน” ที่ต้องตอบก่อนปี 2020 มาคุยไปพร้อมกัน

เริ่มด้วยคำถามแรกว่าหลายคนมักถามว่า “อะไรคือสิ่งที่น่าติดตามที่สุดในปี 2020?” และคงไม่มีอะไรน่าลุ้นไปกว่าการเลือกตั้งประธานาธิปดีสหรัฐ ถึงปัจจุบัน ยังไม่แน่นอนว่าทรัมป์จะได้อยู่ต่อเพื่อชิงตำแหน่งประธานาธิบดีเป็นสมัยที่สองหรือไม่ และใครจะได้เป็นผู้ท้าชิงฝั่งเดโมแครต

แต่ที่รู้ คือนักลงทุนต้องเตรียมรับมือกับความผันผวน “สามช่วงหลัก” ตั้งแต่ Super Tuesday 3 มี.ค. ซึ่งจะเห็นตัวแทนในการชิงชัยครั้งนี้ ตามมาด้วย Democrat กับ Republican Nation Convention 13-16 ก.ค. และ 24-27 ส.ค. ที่เราจะทราบตัวผู้ท้าชิงของทั้งสองคน และท้ายที่สุดจะต้องปักหมุดวันเลือกตั้ง 3 พ.ย.ไว้บนปฏิทิน

ดูทรงแล้วตลาดน่าจะคล้ายกับปี 2016 มากที่สุด ความผันผวนจะแกว่งตัวในระดับ 10-20% และไม่ลดลงจนกว่าจะทราบผลการเลือกตั้ง

คำถามต่อมาคือ “ความเสี่ยงที่สูงในปีหน้าจะดึงเศรษฐกิจโลกเข้าสู่ภาวะถดถอยได้หรือไม่?” ซึ่งตอนนี้ผมเชื่อว่าความกังวลดังกล่าวยังเกินความจริงไปอยู่ ไม่แปลกที่จะสับสนกับทิศทางเศรษฐกิจโลกรอบนี้ เพราะ Advanced Economy หรือเศรษฐกิจพัฒนาแล้วยังไม่ฟื้น

แต่ล่าสุด กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) กลับพบว่าประเทศกำลังพัฒนาเริ่มประคองตัวได้ และเศรษฐกิจฟื้นตัวขึ้นจากเหตุผลที่หลากหลาย เช่น จีน ที่ขยายตัวต่ำลงอย่างไร ก็ยังเกิน 5% อินเดียที่ออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจพร้อมกันทั้งการคลังและการเงินเมื่อเงินเฟ้อลดลง ตุรกีที่ข้ามพ้นภาวะเศรษฐกิจถดถอยจากปัญหาการเมืองในช่วงปีก่อน ไปจนถึงละตินอเมริกาที่เริ่มกลับมาขยายตัวได้ต่อเนื่องเมื่อไม่มีปัญหาขาดสภาพคล่อง

ทั้งหมด คือปัจจัยบวกที่จะเข้ามาทดแทนการชะลอตัวของการค้าและเศรษฐกิจหลัก ตลาดทุนอาจคล้ายกับปี 2012 ที่เศรษฐกิจโลกทรงตัว แต่ราคาสินทรัพย์การเงินฝืนบวกต่อไปได้

แล้วความน่ากลัวที่แท้จริงของตลาดทุนปี 2020 อยู่ตรงไหน? คำตอบดูจะเป็นเรื่องเดียวคือ “ราคา” เพราะความกังวลไม่ได้เกิดจากแค่นโยบายหรือเศรษฐกิจ แต่ถูกผสมด้วยราคาของสินทรัพย์ทั่วโลกที่แพงเมื่อเทียบกับอดีต

ประเด็นนี้ จะกดดันการลงทุนไปตลอดปี 2020 เพราะในมุมนักลงทุน ราคาสินทรัพย์จะน่าสนใจจริงๆ ก็ต่อเมื่อการเติบโตของกำไรปรับตัวสูงขึ้น หรือต้นทุนต้องลดลง ไม่เช่นนั้นราคาก็ต้องร่วง เราอาจเห็นตลาดไล่ราคาสินทรัพย์ไปเรื่อยๆ จนเมื่อไหร่ที่นักลงทุนเชื่อว่าพื้นฐานตามไม่ทัน ตลาดก็น่าจะต้องปรับฐาน 10-20% เช่นเดียวกับที่เคยเกิดขึ้นในช่วงต้นปี 2018

รู้อย่างนี้ “ควรเตรียมตัวอย่างไร?” แน่นอน คำตอบคือ “รอซื้อ” แต่จะต้องรอนานแค่ไหน เรื่องนี้ต้องวัดใจไปกับธนาคารกลางทั่วโลก

เพราะเมื่อความผันผวนสูง มาเจอกับรายได้ที่ต่ำ การลงทุนก็จะชะลอตัว แนวโน้มราคาสินทรัพย์ก็จะแย่ลง แต่ถ้ามองมุมกลับ ว่าธนาคารกลางก็เห็นเช่นเดียวกับเรา เป็นไปได้สูงที่ผู้กำหนดนโยบายจะกังวลว่าการปรับตัวลงของสินทรัพย์การเงินอาจซ้ำเติมความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจ จนต้องเข้ามาอัดฉีดสภาพคล่อง และลดดอกเบี้ยเพื่อประคองตลาดไว้

ทางที่ดี จึงไม่ควรรอตั้งแต่ต้น แต่ต้องคอยจังหวะที่ธนาคารกลางหมดกระสุน ถึงค่อยพักการลงทุน รอซื้อของถูกในปีหน้า

คำถามสุดท้ายคงหนีไม่พ้นว่า “ที่พักเงินของนักลงทุนจะอยู่ที่ไหน?” ผมเชื่อว่าสินทรัพย์ที่เหมาะที่สุดในปี 2020 คือกลุ่มที่ผลตอบแทนไม่อิงกับตลาด

คำถามและคำตอบทั้งหมด บอกความจริงที่เราไม่อยากรู้อยู่สองอย่าง คือ สินทรัพย์ปลอดภัยอย่าง Fixed Income ให้ผลตอบแทนน้อยและอาจจะน้อยลงอีกในปีหน้า ขณะที่ตลาดทุนก็เสี่ยงขึ้น เพราะต้องเผชิญกับเหตุการณ์ไม่คาดฝัน พร้อมกับพื้นฐานที่แย่ลง

ดังนั้น ที่พักในปี 2020 จึงไม่ควรเป็นเพียงการผสมกันระหว่างสินทรัพย์หลักทั้งสองอย่างนี้ แต่ควรเป็นสินทรัพย์ที่มี Flexible Income ไม่อิงกับหุ้นหรือบอนด์

ตลาดหลัก (Low Correlation) เช่น พันธบัตรรัฐบาลประเทศเกิดใหม่ (EM Sovereign Debt) ตราสารหนี้ที่มีสินทรัพย์อื่นเป็นหลักประกัน (MBS และ ABS) การลงทุนที่มีผลตอบแทนซับซ้อน (Structured Note) ไปจนถึงสินทรัพย์เอกชนนอกตลาด (Private Asset)

การลงทุนเหล่านี้ บางอย่างอาจคุ้นหูนักลงทุนไทยอยู่แล้ว ขณะที่บางประเภทหลายคนอาจยังไม่เคยศึกษา และไม่กล้าลงทุน

แต่ผมเชื่อว่าปีใหม่ควรมาพร้อมกับอะไรใหม่ๆ การลงทุนที่ไม่อิงสินทรัพย์หลักเหล่านี้ คุ้มค่าความเสี่ยง และควรค่าต่อการเรียนรู้ เพราะในปี 2020 สินทรัพย์ดังกล่าวกำลังจะก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในสินทรัพย์ที่นักลงทุนต้องมีแน่นอน

หวังว่าทุกคำตอบ น่าจะช่วยคลายข้อสงสัยของตลาดทุนปีหน้าลงบ้าง และหวังว่านักลงทุน จะไม่ลืมปรับพอร์ตให้ทันก่อนปี 2020 ที่จะมาถึงครับ

 

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้คอฟฟี่เบรก : โล่งใจ
บทความถัดไปเรียงคนมาเป็นข่าว : 23 พฤศจิกายน 2562 : ปักหมุด