‘เกษตร’ เตรียมทุ่ม 3.2 หมื่นล้าน ชดเชยเกษตรกรหลังแบน 3 สาร

23.11.19 | 15:15 น.

นายอนันต์ สุวรรณรัตน์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการพิจารณาแนวทางช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากการยกเลิกการใช้สารเคมีทางการเกษตร 3 ชนิด ว่า กรมวิชาการเกษตร ได้รายงานในที่ประชุมว่า จะยืดระยะเวลาการจัดการหรือการบังคับใช้การยกระดับ 3 สารเคมีเกษตรเป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 4 ที่ห้ามนำเข้า ห้ามส่งออก ห้ามใช้ และห้ามมีไว้ครอบครอง ในวันที่ 1 ธันวาคม​ 2562 ออกไปอีก 6 เดือน เนื่องจากจะต้องมีระยะเวลาสำหรับการบริหารจัดการสารเคมีทั้ง 3 ชนิด ที่ขณะนี้ยังมีอยู่ในประเทศไทยกว่า 20,000 ตัน

“ที่กรมวิชาการเกษตรมารายงานครั้งนี้ เพราะในการประชุมครั้งก่อนผมสอบถามถึงปริมาณสารเคมี 3 ชนิด ว่ามีอยู่เท่าไหร่ ซึ่งในตอนนั้นระบุว่าคงเหลือ 38,000 ตัน เลยเสนอแนวทางไปให้ปรับวิธีการจัดการ ตอนนั้นผมเสนอให้ส่งกลับไปยังประเทศที่นำเข้ามา ซึ่งจากการหารือแล้วการส่งกลับไปที่ต้นทางสามารถทำได้ ถ้าเป็นวัตถุอันตรายที่ยังเป็นสารขั้นต้น แต่ถ้านำมาทำเป็น สารขั้นปลายและจะส่งออกไปไม่ได้ เพราะแต่ละประเทศใช้ไม่เหมือนกัน ฉะนั้น กรมวิชาการเกษตร จึงเสนอว่า จะยืดระยะเวลาการจัดการหรือการบังคับแบนออกไปอีก 6 เดือน” นายอนันต์​กล่าว

อย่างไรก็ตาม งานหลักของคณะกรรมการชุดนี้คือการรองรับผลกระทบต่อเกษตรกร ซึ่งอยู่ภายใต้สมมติฐานว่าถ้ามีการแบ่งวันที่ 1 ธันวาคมนี้จะมีผลกระทบอะไรบ้าง และจะเยียวยาและชดเชย ต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ประมาณเท่าไหร่ โดยให้แต่ละกลุ่มเสนอโครงการเข้ามาแต่ในที่ประชุมถกเถียงกันและให้กลับไปทำใหม่ แต่ข้อเสนอที่มีมาเบื้องต้นรัฐต้องใช้เงินชดเชยให้เกษตรกร 32,000 ล้านบาท สำหรับเกษตรกรที่ปลุกพืชอุตสาหกรรมร่วม 600,000 ครัวเรือน

นายอนันต์​ กล่าวว่า นอกจากนี้ ยังรับทราบเรื่องที่ 5 ประเทศ ได้แก่ นิวซีแลนด์ ออสเตรเลีย บราซิล แคนาดา สหรัฐฯ ทำหนังสือมาให้ไทยแจ้งรายละเอียดของการแบน 3 สาร พร้อมทั้งให้นำข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ ยืนยันการตกค้างของสารเคมี ในผลผลิตด้านการเกษตร จนนำมาซึ่งการแบน 3 สาร ซึ่ง 5 ประเทศที่ส่งหนังสือมาถึงไทย เพื่อขอให้ไทยชี้แจงรายละเอียด ของการแบน เพราะตามระเบียบสากลของโลก หรือตามระเบียบขององค์การการค้าโลก (ดับเบิ้ลยูทีโอ) หากจะมีการแบนสารเคมีใด ประเทศที่ดำเนินการแบนต้องส่งหนังสือแจ้งกับประเทศสมาชิก ก่อน 60 วัน ซึ่งเงื่อนเวลาที่จะแบน ในวันที่ 1 ธันวาคมยังไม่ถึง 60 วัน หลายประเทศบอกว่าไทยทำผิดกติกาสากล

นอกจากนี้ ทั้ง 5 ประเทศ กังวลว่าจะไม่สามารถส่งออกสินค้าทางการเกษตร อาทิ ข้าวสาลี ถั่วเหลือง เป็นต้น มายังประเทศไทยได้ และยังส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมต่อเนื่อง อาทิ อุตสาหกรรมอาหารสัตว์ ปศุสัตว์เพื่อการส่งออก อุตสาหกรรมน้ำมันพืช มาม่า ทุกยี่ห้อทำจากแป้งสาลี ก็จะไม่สามารถนำเข้ามาผลิต หรือนำมาเพื่อจำหน่ายได้อีกด้วย

Advertisement