‘หอการค้า’ เชียร์รัฐบาล ทำแผน 5 ด้านได้จริง ดันจีดีพีปีหน้าโตแน่

23.11.19 | 16:15 น.

ว่าที่ ร.อ.จิตร์ ศิรธรานนท์ รองประธานหอการค้าไทย และประธานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจพื้นที่ภาคกลาง หอการค้าไทย เปิดเผยถึงกรณีคณะรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ (ครม.เศรษฐกิจ) กำหนดแนวทางบริหารจัดการเศรษฐกิจปี 2563 เพื่อกระตุ้นให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ขยายตัวที่ 2.7-3.7% รวม 5 ด้าน ได้แก่ 1.การดูแลเกษตรกร กำลังแรงงาน ผู้มีรายได้น้อย วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) และเศรษฐกิจฐานราก 2.การรักษาแรงขับเคลื่อนการขยายตัวจากการใช้จ่ายและการลงทุนภาครัฐ 3.การขับเคลื่อนการส่งออกให้ขยายตัวไม่ต่ำกว่า 3.0% ในปี 2563 4.การสนับสนุนการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว ที่กำหนดเป้าหมายนักท่องเที่ยวต่างประเทศในปี 2563 จำนวน 41.8 ล้านบาท และ 5.การสร้างความเชื่อมั่นและการสนับสนุนการขยายตัวของการลงทุนภาคเอกชน ว่า แนวทางบริหารจัดการเศรษฐกิจทั้ง 5 ด้านดังกล่าวตรงจุดทุกเรื่อง แต่ขณะที่ขั้นตอนและวิธีการจะดำเนินการอย่างไรเป็นอีกเรื่องที่ต้องดูว่า จะช่วยกระตุ้นให้จีดีพีให้ขยายตัวดีขึ้นจริงหรือไม่ ซึ่งหากจีดีพีขยายตัวดีขึ้นจะช่วยให้ผู้มีรายได้น้อย เศรษฐกิจฐานรากมีรายได้เพิ่มขึ้น แต่เมื่อมีรายได้เพิ่มขึ้น จะต้องกระตุ้นให้เกิดการจับจ่ายใช้สอยด้วย หากมีรายได้แล้วเก็บออม ยังไงระบบเศรษฐกิจก็ไม่เติบโต

“สิ่งที่ ครม.เศรษฐกิจ พยายามคิดหาแนวทางบริหารจัดการเศรษฐกิจเป็นเรื่องที่ดี ดีกว่าไม่คิด ซึ่งถ้าไม่คิดอะไรเลยเชื่อว่า จีดีพีปีหน้าอย่างไรก็ต่ำกว่า 2.0% แน่นอน และสำหรับปีนี้ ยังดีที่มีการประชุมสุดยอดผู้นำการเจรจาจัดทำความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (อาร์เซ็ป) มาช่วยไว้ ไม่อย่างนั้นจีดีพีมีโอกาสขยายตัวได้ต่ำกว่า 2.0% เช่นกัน” ว่าที่ ร.อ.จิตร์ กล่าว

ว่าที่ ร.อ.จิตร์ กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าการที่ระบบเศรษฐกิจชะลอตัวเช่นนี้ ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะกับไทยประเทศเดียว แต่รัฐบาลก็ควรมีมาตรการกระตุ้นตามบริบทของประเทศ ดังนั้น การกระตุ้นการบริโภคให้เพิ่มขึ้นจึงมีความสำคัญที่จะช่วยทำให้จีดีพีขยายตัวดีขึ้น เพราะมีสัดส่วนอยู่ที่ 53% ของจีดีพี เนื่องจากสถานการณ์การส่งออกขณะนี้ไม่สามารถที่จะพึ่งพาได้มากนัก และอีกส่วนหนึ่งที่สำคัญคือ การใช้จ่ายภาครัฐ ที่กว่างบประมาณจะออกก็ทิ้งระยะไปจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2563 ซึ่งส่งผลกระทบต่อจีพีดีไตรมาส 4/2562 นี้ ที่ไม่สามารถขยายตัวได้ดีเท่าที่ควร

“โจทย์ใหญ่ คือ จะทำอย่างไรให้ประชาชนมีรายได้เพิ่มขึ้น แม้ที่ผ่านมาจะมีมาตรการชิมช้อปใช้ เพื่อหวังกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอย แต่เป็นการกระตุ้นเฉพาะกลุ่มผู้มีรายได้น้อยเท่านั้น ซึ่งที่ถูกต้องควรกระตุ้นการจับจ่ายของกลุ่มผู้มีรายได้ปานกลาง และกลุ่มผู้มีรายได้มากให้ออกมาจับจ่ายใช้สอยเพิ่มขึ้น และถ้าทำได้โอกาสที่จีดีพีปีหน้าจะขยายตัวได้เกิน 3.0% ก็มีความเป็นไปได้” ว่าที่ ร.อ.จิตร์ กล่าว

ว่าที่ ร.อ.จิตร์ กล่าวว่า การที่รัฐบาลจะมีหัวหน้าทีมเศรษฐกิจที่ชัดเจน มองว่า ไม่จำเป็นนัก เพราะที่ดี การบริหารจัดการเศรษฐกิจในภาวะที่งบประมาณในการบริหารจัดการมีอยู่อย่างจำกัด จำเป็นต้องมีการบูรณาการความร่วมมือกับทุกกระทรวง โดยการดำเนินการตามแบบของแต่ละกระทรวง กระทรวงใครกระทรวงมัน ดูจะเป็นการเก็บเบี้ยใต้ถุนร้านเกินไป ซึ่งหากมีแผนงานในลักษณะเดียวกัน ควรที่จะร่วมมือกันขับเคลื่อนมาตรการต่างๆ อย่างจริงจัง จากที่เคยดำเนินการแบบเล็กๆ ก็ร่วมมือกันขยายผลให้เกิดขึ้น ยิ่งจะทำให้เกิดผลดีในวงกว้างมากขึ้น

Advertisement