หน้าแรก เศรษฐกิจ สรท.เสนอรัฐตั...

สรท.เสนอรัฐตั้งวอร์รูมรายกระทรวงรับมือศก.โลกทันที ชี้ประเทศอาเซียนหายใจรดต้นคอแล้ว

24.11.19 | 14:47 น.

สรท.เสนอรัฐตั้งวอร์รูมรายกระทรวงรับมือศก.โลกทันที ชี้ประเทศอาเซียนที่เคยตามไทย10ปีตอนนี้หายใจรดต้นคอแล้ว ลุ้น”บิ๊กตู่”ตั้งหัวหน้าทีมศก.

นายวิศิษฐ์ ลิ้มลือชา รองประธานสภาผู้ส่งออกสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) กล่าวถึวกรณีที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)เศรษฐกิจ ที่มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ปรับปรับเป้าหมายเป้าการขยายตัวของเศรษฐกิจ(จีดีพี)ไทยปี 2563 เหลือ 2.7 – 3.7% พร้อมกำหนดแนวทางบริหารเศรษฐกิจปีหน้าว่า เป็นวิธีบริหารจัดการที่ถูกต้อง เพราะปัจจัยเสี่ยงของไทยไม่ใช่เศรษฐกิจโลกเท่านั้น แต่ยังมีเรื่องเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วด้วย หลายประเทศเลือกปกป้องตนเองผ่านการค้า การลงทุน ดังนั้นอยากให้รัฐบาลเพิ่มความร่วมมือในการทำงานกับภาคเอกชนมากขึ้น เพื่อรับมือกับปัญหาที่เกิดขึ้นทุกวัน ไม่ใช่รอให้มีปัญหาเกิดขึ้นระยะหนึ่งก่อนแล้วค่อยตั้งทีมแก้ปัญหา อย่างปัจจุบันกระทรวงพาณิชย์และภาคเอกชน มีการตั้งวอร์รูมในการรับมือกับสถานการณ์ต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการส่งออก การค้า โดยกระทรวงพาณิชย์ไม่ได้คิดเองฝ่ายเดียว แต่เปิดให้เอกชนที่เป็นผู้ส่งออกตัวจริง สะท้อนปัญหา แนวทางแก้ไข ดังนั้นหากเป็นไปได้อยากให้กระทรวงเศรษฐกิจอย่าง กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตั้งวอร์รูมร่วมกับภาคเอกชน เพื่อรับมือ แลกเปลี่ยนข้อมูล และร่วมแก้ปัญหาหากเกิดขึ้น

“แนวทางการตั้งวอร์รูมย่อยรายกระทรวงนี้ ควรทำทุกกระทรวงเศรษฐกิจ เพื่อเดินหน้าทำงานร่วมกันระหว่างรัฐและเอกชน จากนั้นเชื่อว่าจะนำไปสู่การทำงานแบบภาพใหญ่ และเกิดการประชุมไตรมาสละครั้ง หรือ6เดือนครั้ง ส่วนคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน(กรอ.)ที่มีนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ในปัจจุบันมีแล้ว แต่ยังไม่มีการประชุมสม่ำเสมอในส่วนกลาง ไม่มีการทำงานที่ต่อเนื่อง”นายวิศิษฐ์กล่าว

นายวิศิษฐ์กล่าวว่า สำหรับตัวเลขการส่งออกของปีหน้า ในมุมของสรท. คาดว่าจะอยู่ระดับ 1-1.5%บวก โดยไม่พยายามตั้งไว้สูงเกินไป เพราะเริ่มเห็นสัญญาณเศรษฐกิจที่ยังเป็นอุปสรรคอยู่ ส่วนการที่รัฐบาลตั้งเป้าหมายจีดีพีปีหน้าไว้ระดับ 2.7-3.7% นั้นก็ถือเป็นระดับที่ดี ไม่ได้ต่ำเกินไป เมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านของไทยในอาเซียนที่จีดีพีกำลังเติบโต โดยจีดีพีไทยควรเกาะระดับใกล้เคียงกับประเทศในภูมิภาคแม้ประเทศเหล่านั้นจะอยู่ในช่วงเติบโต ขณะเดียวกันต้องไม่ลืมว่าอดีตไทยเคยประเมินว่าบางประเทศอาเซียนรอบไทยยังทิ้งห่างจากไทยประมาณ 10 ปี แต่จากสถานการณ์ปัจจุบันที่โลกเปลี่ยนแปลง หลายประเทศปรับตัวและกำลังหายใจรดต้นคอไทย ห่างเพียง 2-3 ปีเท่านั้น

นายวิศิษฐ์กล่าวว่า ส่วนประเด็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจนั้น เอกชนอยากเห็นหัวหน้าทีมที่มีความคล่องตัว แต่เข้าใจดีกว่ารัฐบาลชุดนี้เป็นระบบการเมือง มีประเด็นความสัมพันธ์ภายใน ดังนั้นคงต้องอยู่ที่การตัดสินใจของนายกรัฐมนตรีว่าจะเลือกใครที่เหมาะสมเป็นหัวหน้าทีม

Advertisement