พ.อ.สรรพชัย หุวะนันท์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือแคท เปิดเผยถึงการเข้าร่วมการประมูลคลื่นความถี่ ว่า มีความเป็นไปได้ที่แคทจะเข้าร่วมการประมูลคลื่นความถี่ เพราะเบื้องต้นสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กำหนดจัดการประมูลในหลายย่านคลื่นความถี่พร้อมกัน ซึ่งภายในเดือนพฤศจิกายน 2562 จะเสนอที่ประชุมบอร์ดเพื่อขอความเห็นชอบแนวทางการเข้าร่วมประมูลคลื่นความถี่ จากนั้นจะเสนอกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) และเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่อไป
ทั้งนี้ การดำเนินการดังกล่าวควบคู่ไปกับการให้ที่ปรึกษาศึกษาความเหมาะสมว่า ควรจะเข้าประมูลคลื่นความถี่ย่านใด และมูลค่าใดมีความเหมาะสม เพราะหากคลื่นความถี่มีมูลค่าสูงเกินไป แคทจะไม่สามารถเข้าร่วมการประมูลได้
พ.อ.สรรพชัย กล่าวว่า การควบรวมกิจการน่าจะเกิดขึ้นไม่ทันการประมูลคลื่นความถี่ ที่ กสทช. กำหนดจัดขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ 2563 เพราะหลังจาก ครม. มีมติให้ควบรวมกิจการของแคท และบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) เป็นบริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด หรือเอ็นที แล้ว ตามกฎหมายต้องใช้เวลาอย่างน้อย 6 เดือน ในการดำเนินการ อาทิ การจัดการประชุมบอร์ด และนำเรื่องเข้าสู่ที่ประชุมผู้ถือหุ้น จากนั้นจึงสามารถควบรวมกิจการ จัดตั้งบอร์ดผู้บริหาร และสรรหากรรมการผู้จัดการใหญ่
“ในอนาคตที่ต้องเกิดการควบรวมกิจการ ซึ่งมีความจำเป็นต้องเข้าประมูลคลื่นความถี่ เพื่อให้หลังปี 2568 เมื่อสิ้นสุดใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมแล้ว จะมีคลื่นความถี่สำหรับให้บริการต่อไป แต่เมื่อไม่สามารถเข้าร่วมการประมูลคลื่นในนามเอ็นทีได้ทัน จึงต้องทำข้อตกลงกับทีโอที ในการเข้าประมูลคลื่นความถี่ในย่านที่ต่างกัน เพื่อให้อนาคตเอ็นทีมีหลายคลื่นความถี่ในการให้บริการ โดยกลุ่มคลื่นความถี่ที่ กสทช. จะนำออกประมูล ได้แก่ คลื่นความถี่ย่าน 700, 1800, 2600 เมกะเฮิรตซ์ และ 26 กิกะเฮิรตซ์ ซึ่งประเมินว่า ผู้ให้บริการโทรศัพท์คลื่นที่ (โอเปอเรเตอร์) ส่วนใหญ่จะให้ความสำคัญกับคลื่นความถี่ย่าน 2600 เมกะเฮิรตซ์เป็นหลัก เนื่องจากปัจจุบันเริ่มมีผู้ผลิตอุปกรณ์ขึ้นมารองรับแล้ว” พ.อ.สรรพชัย กล่าว
พ.อ.สรรพชัย กล่าวว่า หากแคทต้องการคลื่นความถี่ย่าน 2600 เมกะเฮิรตซ์เช่นเดียวกับโอเปอเรเตอร์รายอื่น จะทำให้เกิดการแข่งขันสูง และแคทต้องมีการขยายเสาสัญญาณจำนวนมาก ทำให้ต้องแบกรับต้นทุนที่สูงขึ้น แต่หากเข้าร่วมประมูลในคลื่นความถี่ย่าน 700 เมกะเฮิรตซ์ ซึ่งเป็นคลื่นความถี่ที่ใกล้เคียงกับคลื่นความถี่ย่าน 850 เมกะเฮิรตซ์ ที่แคทมีอยู่กับบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค จะช่วยให้ลดการลงทุน ประกอบกับคลื่นความถี่ย่าน 700 เมกะเฮิรตซ์ เป็นคลื่นความถี่ที่โอเปอเรเตอร์ทั้งสามรายมีอยู่แล้ว จึงทำให้การแข่งขันด้านราคาไม่สูงเกินไป
พ.อ.สรรพชัย กล่าวว่า ส่วนที่ กสทช. ระบุว่า จะนำคลื่นความถี่ย่าน 3500 เมกะเฮิรตซ์ ซึ่งเป็นคลื่นความถี่ที่ได้รับความนิยม และปัจจุบันมีอุปกรณ์รองรับอย่างแพร่หลาย ออกมาประมูลครั้งถัดไปช่วงปลายปี 2563 หรือต้นปี 2564 นั้น แคท อยู่ระหว่างให้ที่ปรึกษาศึกษาเรื่องนี้เช่นกัน ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่า ครั้งแรกแคทอาจจะเข้าร่วมการประมูล แต่ถ้าไม่ได้คลื่นความถี่ คงต้องเข้าร่วมการประมูลในครั้งที่สอง แต่ด้วยกรอบเวลาที่ค่อนข้างจำกัด อาจทำให้โอเปอเรเตอร์ที่เข้าร่วมประมูลคลื่นความถี่รอบ 2 ต้องตกขบวน 5G เพราะไม่สามารถติดตั้งอุปกรณ์ต่างๆ ได้ทันเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์ช่วงปลายปี 2563 ซึ่งแคทไม่ได้กังวลเรื่องการตกขบวน 5G โดยการเข้าร่วมประมูลคลื่นความถี่นี้ เพื่อให้มีคลื่นความถี่เพื่อให้บริการ และดำเนินธุรกิจต่อไปได้ แต่อย่างไรก็ตาม จะจึงต้องศึกษารายละเอียดในทุกสถานการณ์เพื่อดูความเหมาะสม ซึ่งต้องอาศัยเวลาอีกสักระยะจึงจะได้ข้อสรุปที่ชัดเจน”

