ก.อุตแนะใช้วัตถุดิบคนไทยลุยงานรัฐ ผุด4กระตุ้นลงทุนไทยเร่งด่วน แก้เกมศก.ขยายต่ำกว่าคาด-ส่งออกดิ่ง

น.ส.สุชาดา แทนทรัพย์ โฆษกประจำกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ข้อมูลกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 21 พฤศจิกายน 2562 มีผู้ประกอบการได้รับอนุญาตประกอบกิจการและขยายกิจการรวม 3,950 แห่ง มีการจ้างงานใหม่ 178,733 คน และมูลค่าลงทุนรวม 445,025 ล้านบาท เพิ่มจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 37.94% ซึ่งถือสูงมาก แสดงให้เห็นว่านักลงทุนมีความเชื่อมั่นประเทศไทย และเชื่อมั่นนโยบายของ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ที่ผลักดันส่งเสริมการลงทุนในด้านต่าง ๆ รวมถึงการนำผู้บริหารจากหน่วยงานต่างๆ โรดโชว์เชิญชวนนักลงทุนในต่างประเทศอยู่เสมอ แม้ว่าทั่วโลกจะอยู่ในภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวก็ตาม โดยอุตสาหกรรมที่เข้าลงทุนไทยเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพ สร้างมูลค่าเพิ่ม มีเทคโนโลยีสูง หากโรงงานเริ่มประกอบกิจการจะส่งผลให้การผลิตสินค้าอุตสาหกรรมในไทยเพิ่มสูงขึ้นเช่นกัน
น.ส.สุชาดากล่าวว่า สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม(สศอ.) ได้วิเคราะห์สถานการณ์เศรษฐกิจอุตสาหกรรมในปัจจุบันพบว่า ภาคอุตาสหกรรมได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจโลกขยายตัวต่ำกว่าที่คาดการณ์ การส่งออกปรับตัวลดลงต่อเนื่อง การบริโภคในประเทศเริ่มชะลอตัวมาตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2562 และผู้ส่งออกได้รับผลกระทบจากการแข็งค่าของค่าเงินบาท ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีแนวทาง และมาตรการที่เร่งด่วนทั้งระยะสั้นและระยะกลาง เพื่อกระตุ้นภาคอุตสาหกรรมไทย โดยระยะสั้นเร่งด่วน 4 ด้าน คือภาครัฐต้องเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณของภาครัฐ การกำหนดสัดส่วนการใช้วัตถุดิบในประเทศสำหรับโครงการภาครัฐ การเสริมสภาพคล่องให้กับผู้ประกอบการ เพื่อบรรเทาผลกระทบจากเศรษฐกิจ การดูแลสถานการณ์ค่าเงินเพื่อให้สินค้าและบริการของไทยสามารถแข่งขันในตลาดโลก
“ส่วนมาตรการระยะกลางที่จะช่วยเพิ่มเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของไทยแบ่งออกเป็น 6 ด้านประกอบด้วย 1.การเร่งผลักดันการลงทุนในอุตสาหกรรมศักยภาพ 2.การเร่งส่งเสริมพัฒนาอุตสาหกรรมไทยที่มีศักยภาพ เช่น ไบโอ อีโคโนมี และ เซอร์คูลาร์ อีโคโนมี เป็นต้น 3.การยกระดับเทคโนโลยีและนวัตกรรมรวมถึงการใช้ระบบอัตโนมัติในการผลิต เพื่อเพิ่มผลิตภาพและขีดความสามารถ 4.การพัฒนาทักษะฝีมือแรงงาน เพื่อรองรับอุตสาหกรรมใหม่และบรรเทาการว่างงาน 5.มาตรการจูงใจให้ผู้ได้รับอนุมัติการส่งเสริมการลงทุนเริ่มลงทุนจริงในปี 2563 และ 6.ผู้ประกอบการปรับตัวโดยการเพิ่มผลิตภาพ ลดค่าใช้จ่าย และควรพิจารณาเพิ่มการลงทุนในกรณีที่มีสภาพคล่อง”น.ส.สุชาดากล่าว


