หน้าแรก เศรษฐกิจ ขบ.ถกแก้กม.แท...

ขบ.ถกแก้กม.แท็กซี่ จ่อขยายอายุรถเป็น 12 ปี เปิดทางเก๋งส่วนบุคคลวิ่ง แต่ต้องมีใบขับขี่สาธารณะ

27.11.19 | 06:34 น.
แฟ้มภาพ

นายวิฑูรย์  แนวพานิช ประธานเครือข่ายสหกรณ์แท็กซี่ในเขตกรุงเทพมหานครเปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน นายธีระพงศ์ งามเอก ผู้อำนวยการสำนักการขนส่งผู้โดยสาร กรมการขนส่งทางบก(ขบ.) ได้เป็นประธานการประชุมรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียต่อร่างกฎกระทรวง ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการนำรถยนต์ส่วนบุคคล(รถป้ายดำ) มาให้บริการเป็นรถขนส่งสาธารณะผ่านแอพพลิเคชั่น และมาตรการเยียวยารถแท็กซี่รูปแบบดั้งเดิม โดยมีผู้ประกอบการแท็กซี่เข้าร่วมว่า ร่างกฎกระทรวงฉบับใหม่ได้กำหนดแนวทางการเยียวยารถแท็กซี่รูปแบบดั้งเดิมจำนวน 2 มาตรการ คือ

1.การขยายอายุรถแท็กซี่จาก 9 ปี เป็น 12 ปี แต่ก็มีผู้โต้แย้งในประเด็นนี้ เพราะกังวลว่าจะทำให้คุณภาพบริการของรถแท็กซี่ด้อยลง และ 2.อนุญาตให้นำรถยนต์ที่มีกำลังของเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้าไม่น้อยกว่า 50 กิโลวัตต์ มาวิ่งให้บริการเป็นรถแท็กซี่ได้ ซึ่งเท่ากับว่าอนุญาตให้นำรถประหยัดพลังงาน(อีโคคาร์) ขนาด 1,200-1,300 ลูกบาศก์เซนติเมตร(ซีซี) มาพัฒนาเป็นรถแท็กซี่ได้ จากเดิมต้องใช้รถยนต์ที่มีขนาด 1,6000 ซีซีขึ้นไปเท่านั้น ซึ่งมาตรการนี้จะส่งผลให้รถแท็กซี่ในอนาคตมีทั้งหมด 3 ขนาด คือ ขนาดเล็กที่เป็นอีโคคาร์ รถแท็กซี่ขนาดทั่วไปในปัจจุบัน และรถแท็กซี่ขนาดใหญ่(รถแท็กซี่แวน) ที่มีเครื่องยนต์ขนาด 2,000 ซีซีขึ้นไป ซึ่ง ขบ.ก็จะกำหนดอัตราค่าโดยสารเป็น 3 ช่วง เพื่อให้เหมาะสมกับต้นทุนของรถยนต์แต่ละประเภท

“ตามแนวทางนี้ก็จะมีรถเล็กมาวิ่งด้วย ทำให้ต่อไปแท็กซี่จะมีทั้งหมด 3 ขนาด โดยรถเล็กจะเก็บค่าโดยสารราคาถูก ซึ่งที่ประชุมก็ค่อนข้างเห็นสอดคล้องกันในเรื่องนี้ แต่ที่น่าสังเกตคือ ที่ประชุมครั้งนี้ไม่ได้พูดถึงการปรับขึ้นค่ารถแท็กซี่เลย ทั้งที่คิดว่าจะพูดถึงบ้าง” นายวิฑูรย์กล่าว

นายวิฑูรย์กล่าวว่า ทั้งนี้ ร่างกฎกระทรวงกำหนดให้ผู้ขับรถป้ายดำต้องมีใบขับขี่สาธารณะ และต้องนำใบขับขี่ดังกล่าวไปจดทะเบียนผูกติดกับรถยนต์คันหนึ่งคันใด ซึ่งส่วนตัวแล้วคิดว่าเป็นการป้องกันไม่ให้นำรถไปเช่าช่วงขับต่อ เนื่องจากกฎหมายถือว่า การนำรถป้ายดำมาให้บริการรถสาธารณะ เป็นการสร้างรายได้เสริมให้เจ้าของรถ ไม่ใช่การประกอบอาชีพหลัก นอกจากนี้รถป้ายดำต้องติดสัญลักษณ์แสดงความเป็นรถสาธารณะ แต่ห้ามหยุดรับผู้โดยสารที่โบกเรียกตามท้องถนนเหมือนรถแท็กซี่ทั่วไป โดยผู้ขับรถป้ายดำต้องรับผู้โดยสารผ่านแอพพลิเคชั่น พร้อมแจ้งค่าโดยสารล่วงหน้าเท่านั้น

นายวิฑูรย์กล่าวว่า ร่างกฎหมายยังอนุญาตให้นำรถป้ายดำที่มีอายุไม่เกิน 9 ปี มาวิ่งเป็นรถสาธารณะได้ แต่กลุ่มแท็กซี่ดั้งเดิมไม่เห็นด้วย เพราะ ขบ. กำหนดว่า รถแท็กซี่ที่นำมาวิ่งให้บริการในระยะแรกต้องมีอายุไม่เกิน 2 ปี ดังนั้นจึงควรกำหนดอายุขั้นต่ำให้เท่าเทียมกัน

Advertisement

นายวิฑูรย์กล่าวว่า สำหรับบริษัทผู้ให้บริการแอปพลิเคชั่นก็มีข้อกำหนดว่า จะต้องมีจำนวนสมาชิกซึ่งเป็นเจ้าของรถป้ายดำและมีใบอนุญาตขับขี่รถยนต์สาธารณะครบตามจำนวนที่ ขบ.กำหนดก่อน จึงสามารถขอรับใบอนุญาตได้ ซึ่งผู้เข้าร่วมประชุมก็มีการโต้แย้งว่า ข้อกำหนดังกล่าวจะเป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับเจ้าของแอพพลิเคชั่นรายเดิม เนื่องจากผู้เปิดให้บริการรายใหม่ต้องรอรวบรวมสมาชิกให้ครบ จึงสามารถขอรับใบอนุญาตได้

นายวิฑูรย์กล่าวว่า นอกจากนี้ บริษัทผู้ให้บริการเรียกรถป้ายดำจะต้องนำผู้ขับและรถยนต์ไปจดทะเบียนขอรับใบอนุญาตให้เรียบร้อยภายใน 180 วัน หรือ 6 เดือน หลังจากกฎหมายบังคับใช้ แต่บริษัท แกร็บ ขอขยายระยะการยื่นเรื่องขอรับใบอนุญาตออกไปเป็น 1 ปี โดยอ้างว่าบริษัทมีผู้ขับและรถยนต์ให้บริการเป็นแสนคัน หากให้ระยะเวลาแค่ 6 เดือน จะดำเนินการไม่ทัน

นายวิฑูรย์กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม กลุ่มรถแท็กซี่ดั้งเดิมไม่ยินยอมในประเด็นนี้ เพราะเห็นว่าบริษัท แกร็บ ได้รับสิทธิ์ต่างๆ จำนวนมากแล้ว จึงเกิดการปะทะคารมระหว่างทั้ง 2 ฝ่ายเล็กน้อย โดยภาพรวมของการประชุมครั้งนี้ก็ถือว่าไปได้ดี มีข้อโต้แย้งต่างๆ บ้าง แต่ไม่ถึงขนาดจะล้มการร่างกฎหมาย จึงคาดว่าแนวทางการแก้ปัญหาของ ขบ. คงเป็นไปตามนี้

นายวิฑูรย์กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม กลุ่มรถแท็กซี่ต้องการให้ ขบ. นำร่างกฎหมายทั้ง 4 ฉบับ มาเปิดประชุมรับฟังความคิดเห็นอีกครั้ง เพื่อให้เกิดความชัดเจนในประเด็นที่มีข้อโต้แย้ง แต่ ขบ.ก็ไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธ เพียงแต่กล่าวว่า หลังจากนี้จะต้องดำเนินการตามขั้นตอนการออกกฎหมาย คือ เสนอกระทรวงคมนาคม, สํานักงานกฤษฎีกา และคณะรัฐมนตรี (ครม.) ก่อนประกาศใช้อย่างเป็นทางการต่อไป คาดว่าจะบังคับใช้กฎกระทรวงทั้ง 4 ฉบับได้ในไตรมาสแรกของปี 2563 ตามเป้าหมายของกระทรวงคมนาคม