พ.อ.สรรพชัย หุวะนันท์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือแคท เปิดเผยว่า แผนการดำเนินงานในปี 2563 บริษัทคาดว่า จะมีกำไรสุทธิจากการดำเนินงานอยู่ที่ 400 ล้านบาท เนื่องจากปี 2563 บริษัทจะไม่มีรายได้พิเศษจากการยุติข้อพิพาทเสาโทรคมนาคมกับคู่สัมปทาน บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค เหมือนปี 2562 อย่างไรก็ตาม บริษัทอยู่ระหว่างเจรจายุติข้อพิพาทกับคู่สัญญาสัมปทาน คาดว่าจะได้ข้อสรุปในเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ 2563 ซึ่งจะทำให้บริษัทมีกำไรพิเศษเข้ามาเพิ่มเติม ส่งผลให้กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น
พ.อ.สรรพชัย กล่าวว่า สำหรับรายได้ปี 2563 คาดว่า จะอยู่ที่ 39,600 ล้านบาท แบ่งเป็นรายได้จากธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ 27,000 ล้านบาท มาจากรายได้จากการเป็นพันธมิตรกับ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือทรู ในการให้บริการ 4G จำนวน 20,000 ล้านบาท รายได้จากบริการมายบายแคท จำนวน 2,000 ล้านบาท และรายได้จากการให้เช่าเสาโทรคมนาคม จำนวน 5,000 ล้านบาท, รายได้จากธุรกิจอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง 2,700 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2562 ที่คาดว่าจะมีรายได้อยู่ที่ 2,300 ล้านบาท
“ธุรกิจโมบาย และธุรกิจบรอดแบนด์ในปี 2563 บริษัทโฟกัสที่รายได้เฉลี่ยต่อเลขหมาย (อาปู้) มากกว่าจำนวนลูกค้าใหม่ที่เพิ่มขึ้น โดยพยายามทำอาปู้ ให้สูงขึ้นจากปัจจุบันธุรกิจโมบาย ลูกค้าระบบรายเดือน เฉพาะบริการมายบายแคทมีอาปู้ อยู่ที่ 500 บาทต่อเดือน และลูกค้าระบบเติมเงินอยู่ที่กว่า 100 บาทต่อเดือน ส่วนธุรกิจบรอดแบนด์ ลูกค้ากลุ่มทั่วไปมีอาปู้ อยู่ที่ 400-500 บาทต่อเดือน และลูกค้าองค์กรอยู่ที่ 1,100 บาท” พ.อ.สรรพชัย กล่าว
พ.อ.สรรพชัย กล่าวว่า ส่วนรายได้จากธุรกิจดาต้าคอมอยู่ที่ 3,600 ล้านบาท ทรงตัวจากปี 2562 รายได้จากธุรกิจโทรศัพท์ระหว่างประเทศ (ไอดีดี) 1,100 ล้านบาท ลดลงจากปี 2562 ที่คาดว่าจะอยู่ที่ 1,300 ล้านบาท รายได้จากธุรกิจไอที เซอร์วิส 2,700 ล้านบาท โดยในส่วนนี้เป็นรายได้จากดิจิทัล เซอร์วิส 1,200 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2562 ที่คาดว่าจะมีรายได้อยู่ที่ 850 ล้านบาท เนื่องจากจะมีรายได้จากการให้บริการคลาวด์ภาครัฐ (จีดีซีซี) เข้ามาตั้งแต่ปี 2563 ประมาณ 1,200 ล้านบาทต่อปี และรายได้อื่นๆ 2,500 ล้านบาท
นอกจากนี้ บริษัทเตรียมความพร้อมในการดำเนินธุรกิจดาวเทียมร่วมกับพันธมิตร ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างเจรจากับผู้ประกอบการดาวเทียมวงโคจรต่ำ ในการเป็นสถานีฐานดาวเทียมภาคพื้นดินให้เอกชนรายใหม่ทั้งในประเทศและต่างประเทศที่จะเข้ามาทำธุรกิจในประเทศไทย หลังจากสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเสรีดาวเทียม
“แนวโน้มผลการดำเนินงานปี 2562 คาดว่าบริษัทจะมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 37,000 ล้านบาท มาจากกำไรจากการดำเนินงานประมาณ 2,400 ล้านบาท และกำไรพิเศษจากการยุติข้อพิพาทเสาโทรคมนาคมกับคู่สัญญาสัมปทานดีแคทประมาณ 8,000-9,000 ล้านบาท รวมถึงการปรับปรุงรายการทางบัญชีกรณีศาลปกครองกลางพิพากษายกฟ้องคดีที่ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) หรือทีโอที ฟ้องเรียกร้องค่าเชื่อมโยงโครงข่ายโทรคมนาคม ประมาณ 40,000 ล้านบาท
“สิ่งที่จะแบ่งเบาภาระในอนาคตได้ บริษัทจะพยายามทำในปี 2562 เช่น คดีไฟเบอร์ทูดิเอ็ก จำนวน 12 คดี บริษัทตั้งสำรองประมาณการหนี้สินทางบัญชีชดใช้ตามคำพิพากษาและตามสัญญาไฟเบอร์ทูดิเอ็ก ในบางคดีที่คาดว่าจะมีโอกาสแพ้ ไว้ประมาณ 5,000 ล้านบาท เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อผลการดำเนินงานในปี 2563” พ.อ.สรรพชัย กล่าว

