“ชาญศิลป์”มั่นใจคัดเลือกซีอีโอปตท.คนใหม่ฉลุย

28.11.19 | 01:23 น.

ปตท.มั่นใจคัดเลือกซีอีโอใหม่ เป็นไปตามข้อกำหนด แย้มพลังงานปีหน้ามีแววสดใส คาดราคาน้ำมันกรอบ 55-65 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล จับตาเทรดวอร์ยังกระทบ

นายชาญศิลป์ ตรีนุชกร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เปิดเผยภายหลังเป็นประธานเปิดงานสัมมนา 2019 The Annual Petroleum Outlook Forum ภายใต้หัวข้อ “Sustainable Energy…Shaping A Better Future – อนาคตพลังงาน สานพลังเพื่อความยั่งยืน” ที่ร่วมกับ กลุ่มอุตสาหกรรมโรงกลั่นน้ำมันปิโตรเลียม สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) ว่า การคัดเลือกประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่(ซีอีโอ) ของปตท. คนใหม่ ที่มีผู้สนใจยื่นใบสมัครทั้งสิ้นจำนวน 6 คนนั้น ยืนยันว่าการคัดเลือกทุกอย่างเป็นไปตามแผนการดำเนินงานที่มีพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)การพัฒนาการกำกับดูแลและบริหารรัฐวิสาหกิจ ของกระทรวงการคลัง โดยจะต้องมีคณะกรรมการสรรหา รวมถึงขั้นตอนเจรจาค่าตอบแทน ก่อนที่จะเสนอบอร์ดบริษัท ซึ่งทุกอย่างดำเนินงานเป็นแบบแผนโดยตลอด และเชื่อว่าคณะกรรมการสรรหาจะต้องคัดเลือกคนที่เหมาะสมกับสถานการณ์ที่สุด แต่ไม่สามารถบอกได้ว่าจะใช้เวลาเท่าไร

“ผมมั่นใจว่าซีอีโอคนใหม่จะสามารถสานต่องานเดิมได้อย่างไร้รอยต่อ จึงอยากให้ผู้ที่เกี่ยวข้องกับ ปตท. มีความมั่นใจในเรื่องนี้ ส่วนวิธีการคัดเลือกนั้นเราก็พูดได้ว่าทุกอย่างมีแบบแผนที่ชัดเจนและเราทำอย่างนี้มากว่า 3 รุ่นแล้ว แม้ว่าจะพูดได้ไม่เต็มปากว่า ปตท. เป็นรัฐวิสาหกิจที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ แต่เราก็ใหญ่พอสมควร ถ้าเทียบระดับโลกแล้วเราก็ติด 1 ใน 500 จากทั่วโลก”นายชาญศิลป์ กล่าว

นายชาญศิลป์ กล่าวว่าการทำแผนการลงทุน 5 ปี ของ ปตท. จะแล้วเสร็จภายในเดือนธ.ค. นี้ ซึ่งปัจจุบันไม่สามารถบอกรายละเอียดได้ แต่ยืนยันว่า ปตท. ยังเดินหน้าที่จะลงทุนอย่างต่อเนื่องทั้งในประเทศและนอกประเทศ เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับบริษัท รวมถึงพัฒนาไปยังเศรษฐกิจฐานรากตามนโยบายของกระทรวงพลังงาน และรัฐบาลในยุคปัจจุบันด้วย สำหรับแนวโน้มสถานการณ์พลังงานในปีหน้าคาดว่าจะดีขึ้นเนื่องจากความต้องการทั้งน้ำมันและพลาสติกจะเริ่มกลับมา ส่งผลให้ค่าความต่างของราคาซื้อกับราคาขาย(สเปรด) ดีขึ้นด้วย โดยคาดการณ์ราคาน้ำมันดิบดูไบจะอยู่ในกรอบ 55-65 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล

“สงครามการค้า(เทรดวอร์)อาจจะเริ่มคลี่คลายลง แต่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดเนื่องจากจะส่งผลกระทบโดยตรงกับราคาปิโตรเคมีโดยตรง มั่นใจว่า ปตท. จะสามารถดำเนินงานได้ต่อเนื่อง ผ่านการพัฒนาเทคโนโลยีและก้าวสู่การทำพลังงานในยุคใหม่ ๆ ทั้งน้ำมัน ไฟฟ้าจากพลังงานทดแทน รถยนต์อีวี แบตเตอรี่กักเก็บพลังงาน ที่ส่วนใหญ่ ปตท. มีแผนดำเนินการหมดแล้ว”นายชาญศิลป์กล่าว

Advertisement