นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวในระหว่างการกล่าวเปิดงาน Money Expo ที่ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทคบางนาว่า เศรษฐกิจไทยในปัจจุบัน เปรียบเหมือนคนเป็นไข้ เพราะได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจโลก จึงจำเป็นต้องให้ยารักษาเพื่อไม่ให้อาการทรุดจนเกิดการอักเสบขึ้นมา ดังนั้นการที่รัฐบาลออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจหลายชุดก็เพื่อพยุงเศรษฐกิจไทยไม่ให้ทรุดไปมากกว่านี้ ซึ่งการใช้เงินแต่ละโครงการที่ออกมานั้นจะต้องใช้อย่างรอบคอบ เพื่อให้ไทยสามารถผ่านช่วงนี้ไปได้ และสามารถพัฒนาประเทศได้ในระยะยาวต่อไป
นายอุตตม กล่าวว่า มาตรการที่รัฐบาลทยอยออกมาจะช่วยประคองและขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยช่วงปลายปีให้ปรับตัวดีขึ้น และมีความเข้มแข็ง อย่างไรก็ตามทุกวันนี้เศรษฐกิจไม่ได้หดตัวยังคงโตต่อเนื่อง แต่โตแบบชะลอตัว เพราะยังมีผลกระทบจากหลายปัจจัย แต่ในระยะยาวประเทศไทยมีเป้าหมายที่ชัดเจนอยู่แล้วซึ่งจะต้องเดินหน้าทำให้สำเร็จ
นายอุตตมกล่าวต่อว่า ในเรื่องของตลาดเงินตลาดทุนก็มีความสำคัญมากต่อความเชื่อมั่นในเศรษฐกิจ ยิ่งถ้าหากไม่มีการลงทุน และไม่มีการจับจ่ายใช้สอย ความเชื่อมั่นก็ยิ่งจะทรุดตัวลง ดังนั้นจึงอยากขอให้ทุกฝ่าย รวมทั้งธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ เพื่อดำเนินนโยบายในเรื่องการเงินของประเทศ ส่วนในเรื่องของการออม ปัจจุบันประเทศไทยมีระดับการออมอยู่ในระดับที่น่าพอใจแล้ว แต่ประเด็นสำคัญคือเมื่อมีการออมแล้วต้องไปลงทุนด้วย ทั้งในระดับของประชาชนทั่วไป และระดับประเทศ ซึ่งทรวงการคลังจะเร่งเดินหน้าร่วมกับตลาดทุน เพื่อส่งเสริมการออมควบคู่การลงทุน
“ประเทศไทยกำลังมีโอกาสที่จะปรับเปลี่ยนประเทศให้ดีขึ้น เนื่องจากเทคโนโลยี และพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป ถ้าไทยสามารถตอบสนองสิ่งเหล่านี้ได้ก็จะเป็นประโยชน์ต่อประเทศในอนาคต อย่างไรก็ตามการที่ประเทศจะปรับเปลี่ยนได้ต้องเริ่มการพัฒนาบุคลากรในประเทศให้มีทักษะเพียงพอที่จะสามารถสร้างสรรค์นวัตกรรม ซึ่งจะทำให้เศรษฐกิจไทยมีพลัง” นายอุตตมกล่าว

