นายวุฒิพงศ์ จิตตั้งสกุล รองผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง(สศค.) ในฐานะรองโฆษกสศค. กล่าวว่า เศรษฐกิจในไทยในปี 2562 สศค. ประเมินว่าจะโต 2.8% นั้นคงเป็นไปค่อยข้างยาก โดยคงต้องติดตามภาวะส่งออกว่าจะเป็นไปตามที่สศค.คาดการณ์ไว้ติดลบ 2.5% หรือไม่ หากจะให้ทั้งปีโต 2.8% เศรษฐกิจไตรมาส 4 ต้องโต 3% มีลุ้นว่าอาจจะเป็นไปได้ เนื่องจากขณะนี้ตัวเลขการบริโภคภายในประเทศดีขึ้น และมาตรการรัฐล่าสุดออกมาน่าจะส่งผลดีเศรษฐกิจในช่วงที่เหลือของปี ดังนั้นถ้าการส่งออกในช่วงที่เหลือของปีไม่ได้หดตัวไปมากกว่าที่ประเมินไว้ น่าจะทำให้เศรษฐกิจในปีนี้โตได้ 2.6-2.8% ทั้งนี้หากจะให้โต 2.6% เท่าที่สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สศช.)ประเมินว่าจะโต 2.6% ไตรมาส 4 ต้องโต 2.8% เนื่องจาก 3 ไตรมาสที่ผ่านมาโต 2.5%
“ในช่วงที่เหลือของปีต่อเนื่องไปต้นปีหน้าจะมีเงินจากมาตรการกระตุ้นล่าสุดเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ 8 หมื่นล้านบาท เป็นเงินจากการพักหนี้สมาชิกกองทุนหมู่บ้าน 5 หมื่นล้านบท และเงินช่วยเหลือค่าเกี่ยวข้าว 2.7-2.8 หมื่นล้านบาท เงินดังกล่าวจะลงสู่ระบบเศรษฐกิจและส่งผลดีต่อเศรษฐกิจในช่วงสิ้นปีนี้”นายวุฒิพงศ์ กล่าว
นายวุฒิพงศ์ กล่าวต่อว่า สำหรับภาวะเศรษฐกิจในเดือนตุลาคม พบว่าได้รับแรงสนับสนุนจากการบริโภคภายในประเทศ สะท้อนจากการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม(แวต) ภายในประเทศขยายตัวถึง 6% และจำนวนนักท่องเที่ยวต่างประเทศที่ขยายตัวถึง 12.5% สูงสุดในรอบ 19 เดือน อย่างไรก็ตามเศรษฐกิจไทยยังคงได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจภายนอกประเทศ ส่งผลให้มูลค่าการส่งออกสินค้ายังคงชะลอตัว ส่วนเสถียรภาพของเศรษฐกิจไทยอยู่ในเกณฑ์ดี เงินเฟ้อทั่วไปอยู่ที่ 1% ต่อปี อัตราการว่างงานอยู่ที่ 0.9% สัดส่วนหนี้ต่อจีดีพีต่ำเพียง 41.1%
นายวุฒิพงศ์ กล่าวต่อว่า ส่วนเศรษฐกิจในภูมิภาคในเดือนตุลาคม กลับมาขยายตัวดีจากการท่องเที่ยวและการบริโภคภายในประเทศ โดยเฉพาะกรุงเทพและปริมณฑล ภาคเหนือ โดยคงต้องติดตามการจับจ่ายใช้สอยของประชาชนในภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งเสถียรภาพทางเศรษฐกิจในภาพรวมยังอยู่ในเกณฑ์ดี ส่วนดัชนีความเชื่อมั่นภูมิภาค ประจำเดือนตุลาคม พบว่ายังมีแนวโน้มอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาคที่ขยายตัว โดยเฉพาะภาคตะวันตก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จากภาคเกษตรและภาคการบริการเป็นปัจจัยสนับสนุน แต่ควรติดตามสถานการณ์ด้านการบริการของกทม.และปริมณฑล เนื่องจากมีค่าดัชนีปรับลดลงต่ำกว่าทุกภูมิภาค

