นายวิทัย รัตนากร เลขาธิการคณะกรรมการ กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) เปิดเผยว่า กบข. อยู่ระหว่างเร่งเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในต่างประเทศ โดยการเพิ่มเพดานการลงทุนจาก 30% เพิ่มเป็น 40% ของสินทรัพย์รวม ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จสามารถเริ่มดำเนินการได้ในช่วงต้นปี 2563 โดยปัจจุบัน กบข. มีการลงทุนในสินทรัพย์ต่างประเทศอยู่ 28% ของสินทรัพย์รวม ซึ่งใกล้เพดานการลงทุนต่างประเทศตามที่กฎกระทรวงกำหนดไว้ 30% ของสินทรัพย์รวม โดยในช่วงปลายปีนี้จะเสนอการเพิ่มเพดานการลงทุนต่างประเทศจาก 30% เป็น 40% ต่อคณะกรรมการ กบข. หลังจากนั้นเสนอไปยังกระทรวงการคลังให้ออกกฎกระทรวงเพื่อปรับเพิ่มเพดานการลงทุน 40% ซึ่งคาดว่าจะสามารถเริ่มดำเนินการได้ในช่วงต้นปี 2563
นายวิทัยกล่าวต่อว่า ขณะนี้ กบข.มีสินทรัพย์รวม 950,000 ล้านบาท เป็นส่วนของสมาชิก 400,000 ล้านบาท หากเพิ่มเพดานการลงทุนต่างประเทศอีก 10% คิดเป็น 40,000 ล้านบาท ดังนั้นหากขยายเพดานการลงทุนต่างประเทศ 40% ทำให้การลงทุนของส่วนสมาชิกอยู่ที่ 160,000 ล้านบาท จากปัจจุบัน 120,000 ล้านบาท
นายวิทัยกล่าวว่า ส่วนการลงทุนที่เหลือขณะนี้ 72% เป็นการลงทุนในประเทศ ซึ่งการปรับเพิ่มเพดานลงทุนต่างประเทศจะช่วยลดการกระจุกตัวของการลงทุนภายในประเทศ ลดความเสี่ยง และหาโอกาสลงทุนเพื่อรับผลตอบแทนที่ดีขึ้นจากการลงทุนในตลาดต่างประเทศ ซึ่งสอดคล้องกับผลการศึกษาของบริษัทที่ปรึกษา UBS Asset Management ที่เสนอให้ กบข. เพิ่มการลงทุนต่างประเทศมากขึ้นถึง 40% เช่นกัน
นายวิทัยกล่าวต่อว่า การลงทุนต่างประเทศเพิ่มขึ้น จะเป็นการกระจายความเสี่ยง และเพิ่มโอกาสการหาผลตอบแทนการลงทุนไปยังตลาดที่มีศักยภาพ ในสินทรัพย์ประเภทต่าง ๆ ที่หลากหลาย โดยมุ่งเน้นการลงทุนเพิ่มเติมในสินทรัพย์ทางเลือก (Alternative Assets) เช่น กองทุนโครงสร้างพื้นฐาน กองทุนอสังหาริมทรัพย์ หรือ กองทุนไพรเวท อิควิตี้ และการลงทุนในตลาดหุ้นต่างประเทศ โดยเฉพาะตลาดประเทศพัฒนาแล้ว เช่น สหรัฐอเมริกา รวมถึงการลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลที่มีความมั่นคงสูง
ทั้งนี้ในปี 2562 แม้ว่าค่าเงินบาทจะแข็งค่าขึ้น 7% แต่การลงทุนในต่างประเทศยังให้ผลตอบแทนสูง เช่น ตลาดหุ้นประเทศพัฒนาแล้ว ให้ผลตอบแทนในรูปเงินบาทสูงถึง 18% เมื่อเทียบกับตลาดหุ้นไทยที่ให้ผลตอบแทนเพียง 3% เท่านั้น ซึ่งการที่ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงที่ผ่านมา และแข็งค่าในสัดส่วนที่สูงกว่าค่าเงินของประเทศอื่น ๆ ในเอเชีย ก็ถือเป็นโอกาสในการลงทุนต่างประเทศเพิ่มขึ้นได้ หากมีการบริหารจัดการความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนที่เหมาะสม

