เฉลียงไอเดีย : เพ็ญศิริ ทองสิมา จากจุดเริ่ม…หาสิ่งที่ดีที่สุดให้ลูก สู่ธุรกิจ โรงเรียนนานาชาติเบซิส กรุงเทพฯ

เฉลียงไอเดีย : เพ็ญศิริ ทองสิมา จากจุดเริ่ม...หาสิ่งที่ดีที่สุดให้ลูก สู่ธุรกิจโรงเรียนนานาชาติเบซิส กรุงเทพฯ

เฉลียงไอเดีย : เพ็ญศิริ ทองสิมา จากจุดเริ่ม…หาสิ่งที่ดีที่สุดให้ลูก สู่ธุรกิจโรงเรียนนานาชาติเบซิส กรุงเทพฯ

เมื่อพูดถึงนามสกุล “ทองสิมา” คงคุ้นเคยกันดีกับธุรกิจโรงพยาบาล แต่ล่าสุด นางสาวเพ็ญศิริ ทองสิมา แตกธุรกิจใหม่ด้านการศึกษา ดำเนินการก่อสร้างโรงเรียนนานาชาติเบซิส บนถนนย่านพระราม 2 โดยหวังว่าจะอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ปกครองที่ต้องการให้บุตรหลานได้เปิดประสบการณ์ใหม่ๆ ที่จะช่วยพัฒนาศักยภาพของเด็กๆ ให้เก่งยิ่งขึ้น

แต่กว่าจะมาเป็นโรงเรียนนานาชาติเบซิส คุณเพ็ญศิริได้เดินทางไปเยือนโรงเรียนต่างๆ หลากหลายประเทศทั่วโลก แต่มาจบที่โรงเรียนระบบเบซิสที่เป็นสถาบันการศึกษาอันดับต้นๆ ของสหรัฐอเมริกา เลือกมาเปิดสาขาแรกที่ประเทศไทย

“โรงเรียนนานาชาติเบซิส เกิดจากการใช้ความรู้สึกของแม่ที่อยากเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้ลูก โดยการพาลูกไปดูโรงเรียนที่เขาชอบ พาไปดูระบบการเรียนการสอนของแต่ละโรงเรียน ใช้เวลาในการค้นหาพาร์ตเนอร์นานกว่า 9 ปี ที่สุดมาสะดุดกับการเรียนการสอนของเบซิส ที่เน้นสอนให้เด็กเก่ง เป็นคนดี และรู้จักการกระทำของตนเอง นั่นจึงเป็นหนึ่งในเหตุผลหลักที่ทำให้เลือกที่นี่” คุณทองสิมาพูดถึงเหตุผลที่เปิดการเรียนการสอนของ เบซิส

และกล่าวต่ออีกว่า…“ดิฉันมีวิธีเลี้ยงลูกแบบไม่ได้บังคับ เน้นให้ลูกได้เรียนรู้กับระบบการศึกษาที่หลากหลาย ที่สำคัญต้องฟังความคิดเห็นของลูกด้วยว่าชอบโรงเรียนที่เราเลือกให้หรือไม่ ถ้าชอบเราก็สนับสนุนเต็มที่ ซึ่งเมื่อตกลงนำธุรกิจนี้มาต่อยอดที่ประเทศไทย ก็ได้นำลูกของดิฉันมาเรียนที่นี่ด้วย หากจะเรียกว่าสร้างโรงเรียนนี้มาให้ลูกตัวเองได้เข้ามาเรียนก็ไม่ผิด แต่ก็มีความตั้งใจที่จะนำการเรียนการสอนในรูปแบบที่แตกต่าง ซึ่งดิฉันคิดว่าดี มาให้ผู้ปกครองและเด็กได้สัมผัสอีกด้วย”

สำหรับโรงเรียนนานาชาติเบซิส กรุงเทพฯ ใช้งบประมาณก่อสร้างทั้งหมด 1,500 ล้านบาท เปิดสอนตั้งแต่ระดับชั้นเตรียมอนุบาลถึงมัธยมศึกษาตอนปลาย สามารถรองรับนักเรียนได้สูงสุด 1,400 คน โดยโรงเรียนดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จทั้งโครงการและเปิดสอนแล้วเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา เริ่มต้นเปิดการเรียนการสอนในระดับชั้นเตรียมอนุบาลถึงเกรด 5 (เทียบเท่าชั้นประถมการศึกษาปีที่ 5 ของไทย) ก่อน ส่วนค่าเล่าเรียนจะอยู่ในเกรดของโรงเรียนนานาชาติ ประมาณ 200,000-800,000 บาทต่อปี

ด้วยโครงสร้างระบบการศึกษาในหลักสูตรของเบซิส ที่มีความพิเศษเฉพาะตน ซึ่งคุณเพ็ญศิริบอกว่าวิธีการเรียนการสอนนี้มีการทดสอบแล้วว่าได้ผลจริง มุ่งสร้างศักยภาพในการเรียนรู้ และทำให้นักเรียนสามารถเข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงทั่วโลกได้ โรงเรียนเครือข่ายในหลักสูตรของเบซิส วางเป้าหมายในการสร้างรูปแบบและระบบการศึกษาที่มีมาตรฐานอันจะส่งผลต่อกระบวนการเรียนรู้ของนักเรียนที่เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในระดับการศึกษาสากล

เมื่อถามถึงเรื่องระบบการศึกษาที่ได้ดึงทั้งผู้บริหารหรือครูใหญ่ของประเทศต้นทางมาเป็นผู้บริหารร่วมกัน จะมีวิธีการเรียนการสอนคล้ายกับระบบการศึกษาของไทยหรือไม่นั้น คุณเพ็ญศิริเล่าให้ฟังว่า ในเรื่องของระบบการเรียนการสอน กระทรวงศึกษาธิการได้เข้ามาตรวจสอบและทางเบซิสได้ยื่นหลักสูตรให้ตรวจสอบ ซึ่งก็ผ่านมาตรฐานทั้งหมด เบื้องต้นอาจติดขัดในเรื่องของสถานที่แต่ก็ได้มีการปรับตามคำแนะนำเรียบร้อยทั้งหมดแล้ว ถึงแม้ว่าส่วนใหญ่จะมีผู้สอนเป็นชาวต่างชาติ แต่เมื่อโรงเรียนมาตั้งที่ประเทศไทย จึงต้องมีการรับครูที่สามารถสื่อสารภาษาไทยเข้ามาสอนคู่กับครูต่างชาติที่เบซิสเป็นผู้จัดหามาด้วย

คุณเพ็ญศิริย้ำว่า หากมองภาพรวมการศึกษานานาชาติของไทยในขณะนี้ โรงเรียนนานาชาติเบซิส กรุงเทพฯ จะเป็นหนึ่งในตัวเลือกให้กับผู้ปกครองที่ต้องการให้ลูกได้รับการเรียนการสอนสมัยใหม่ที่มีมาตรฐาน เป็นเอกลักษณ์ ทั้งทางด้านวิชาการและความคิดสร้างสรรค์ รวมถึงได้มีการสอดแทรกวัฒนธรรมไทยลงไปในการเรียนการสอนด้วย และแม้ว่าเราจะเป็นเจ้าของโครงการ แต่เราไม่ได้เป็นผู้บริหาร โดยจะมีคณาจารย์จากเบซิสที่เข้ามาดูแล จัดการ ทำให้มั่นใจได้ในเรื่องของคุณภาพการเรียนการสอน ตรงนี้จึงถือเป็นจุดแข็งของเบซิสประเทศไทย โดยในตอนนี้ยังเปิดรับสมัครนักเรียนในชั้นเตรียมอนุบาลจนถึงเกรด 5 และมีแผนที่จะเพิ่มชั้นเรียนขึ้นอีกอย่างน้อย 1 ช่วงชั้นต่อปี

แม้ว่าโรงเรียนนานาชาติเบซิส กรุงเทพฯ จะเป็นหลักสูตรการศึกษานานาชาติที่มีมาตรฐานในระดับโลก แต่ในวิชาต่างๆ ในการเรียนการสอนทางโรงเรียนได้ให้ความสำคัญกับความเป็นไทยในทุกมิติ โดยนำเอาแนวคิด Locally rooted, globally connected ที่มุ่งเน้นการเรียนรู้ภาษาและวัฒนธรรมไทยควบคู่ไปกับหลักสูตรการเรียนการสอนแบบสากลในทุกๆ วัน

อีกกลยุทธ์ที่สำคัญคือ ทางกลุ่มทองสิมาอยู่ระหว่างการเดินหน้าสร้างสถานศึกษา ในรูปแบบ Eco friendly Concept หรือ สถานศึกษาที่มีนวัตกรรมเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ประหยัดพลังงานเป็นหลัก โดยมองว่าเด็กที่เข้ามาศึกษาที่โรงเรียนแห่งนี้จะได้ประโยชน์ทั้งทางด้านสุขภาพกาย และสุขภาพจิต รวมถึงเป็นการปลูกจิตสำนึกเรื่องสิ่งแวดล้อมให้กับเด็กนักเรียนตั้งแต่เล็ก โดยยึดแนวทางการก่อสร้างบนหลักการของมาตรฐานอาคารสีเขียวของสหรัฐ

ส่วนในเรื่องของการออกแบบอาคาร เพื่อการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมของโรงเรียนนั้น เราเริ่มตั้งแต่การออกแบบตัวอาคาร ในส่วนของผนังและหลังคา ที่ช่วยลดการใช้พลังงานภายในอาคารโดยฉนวนกันความร้อนหลังคา หนามากกว่า 200 มิลลิเมตร ส่วนผนังเป็นระบบผนัง 2 ชั้นมีช่องอากาศตรงกลางบุฉนวนความหนา 75 มิลลิเมตร โดยผนังมีความหนาตั้งแต่ 200 ถึง 250 มิลลิเมตร รวมถึงมีระบบปรับอากาศ ระบบกรองอากาศ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของระบบเติมอากาศเย็น สามารถกรองมลภาวะทางอากาศ PM 10 และ PM 2.5 ได้มากกว่า 90% และยังมีโซนแรงดันอากาศต่ำเพื่อลดการแพร่กระจายของมลภาวะจากพื้นที่บางส่วน เช่น ห้องน้ำ ห้องครัว และพื้นที่เคมีภัณฑ์ เป็นต้น

คำถามสุดท้ายก่อนจบบทสนทนา ได้ถามถึงแนวคิดของการทำธุรกิจโรงเรียนในภาวะที่ธุรกิจนี้ดูเหมือนอยู่ในช่วงขาลง คุณเพ็ญศิริตอบว่า ก่อนที่จะเลือกนำธุรกิจนี้มาเปิดในประเทศไทยทุกฝ่ายทราบสถานการณ์อยู่แล้ว แต่มั่นใจว่าเบซิสจะต้องก้าวผ่านวิกฤตในครั้งนี้ไปได้แน่นอน เพราะที่นี่มีจุดแข็งทั้งในเรื่องของระบบรักษาความปลอดภัย ที่เริ่มตั้งแต่ก้าวแรกที่เข้ามาในโรงเรียนของเราเลย โดยผู้ปกครองที่มารับเด็กจะต้องมีบัตรประจำตัวเพื่อยืนยันตัวตน หากมีการส่งคนอื่นมารับจะต้องกรอกข้อมูลให้ครบถ้วน และผู้ปกครองไม่สามารถเดินเข้าไปในตัวอาคารได้เอง หากในกรณีฉุกเฉินจะต้องมีเจ้าหน้าที่พาเข้าไปเท่านั้น เพื่อเป็นการป้องกันภัยที่จะมาสู่ตัวเด็ก

“รวมถึงการทำงานของเจ้าหน้าที่ทุกคนที่โรงเรียนเบซิส ที่เน้นการทำงานด้วยหัวใจ และมีความชื่นชมยินดีในทุกความสำเร็จของนักเรียนที่นี่ พวกเขารู้และเข้าใจดีว่าผู้ปกครองต่างคาดหวังสังคมที่ดีมีคุณภาพที่จะหล่อหลอมคุณลักษณะที่ดีในตัวบุตรหลาน และยังจุดประกายความเก่งและฉลาดให้กับเด็กๆ ได้ จากการสร้างสภาพแวดล้อมที่ส่งเสริมให้เด็กๆ มีวิธีคิดนอกกรอบ ผู้ปกครองต่างต้องการจะเห็นการเติบโตทั้งทางร่างกาย และอารมณ์ที่มีคุณภาพ มีการปฏิสัมพันธ์ และมีการบ่มเพาะวิถีการทำงานร่วมกัน และการวางเป้าหมายให้กับชีวิต นี่จึงเป็นอีกจุดแข็งสำคัญที่จะทำให้ธุรกิจโรงเรียนของกลุ่มทองสิมาจะยืนหยัดต่อไปได้ ไม่แพ้ธุรกิจโรงพยาบาล”

ภคพร บุญมี

บทความก่อนหน้านี้ประธานสภาป่วยพบหมอ แต่ยังปฏิบัติภารกิจได้
บทความถัดไปตรวจหวยออมสินพิเศษ 5 ปี ประจำวันที่ 1 ธันวาคม 2562 แจกใหญ่รถเบนซ์