นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย แถลงสำรวจความคิดเห็นสมาชิกหอการค้าทั่้วประเทศที่เข้าร่วมงานสัมมนาหอการค้าทั่วประเทศ ครั้งที่ 37 ที่จังหวัดลำปาง ช่วงวันที่ 29 พฤศจิกายนถึง 1ธันวาคม 2562 ในประเด็นการประมาณการภาวะเศรษฐกิจไทยปี 2562และปี 2563 พร้อมกับประธานหอการค้าไทย 5 ภาคว่า สมาชิกหอการค้า 5 ภาค เห็นว่าตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ(จีดีพี)ไตรมาส 3/2562 ขยายตัว 2.6% เป็นการขยายตัวต่ำสุดรอบ 5 ปี ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าเศรษฐกิจไทยยังไม่ฟื้นตัว จากปัจจัยลบหลัก คือ การบริโภคภาคเอกชน ที่มีกำลังซื้อลดลงอย่างต่อเนื่อง ภาคการส่งออกยังมีสัญญาณขยายตัวติดลบ 2.1% ในช่วง 10 เดือนที่ผ่านมา การผลิตภาคอุตสาหกรรมมีแนวโน้มหดตัวอย่างมากตามภาวะการส่งออกที่ซบเซา ปริมาณการให้สินเชื่อ ขณะนี้ยังไม่เห็นสัญญาณการปล่อยสินเชื่อมากนัก และเงินบาทยังแข็งค่าอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)ต้องออกมาตรการควบคุมออกมาเป็นระยะ และถ้ารัฐบาลสามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจไตรมาส 4/2562 ให้อยู่ในระดับ 2.8-3.0% จะช่วยให้เศรษฐกิจฟื้นตัวได้
นายธนวรรธน์ กล่าวว่า หอการค้ายังระบุอีกว่า ภาคการท่องเที่ยว เป็นเพียงอุตสาหกรรมเดียวที่มีการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง จะมีการขยายตัวตั้งแต่ไตรมาส 4/2562 จนถึงปี2563 โดยคาดว่าทั้งปี 2563 จำนวนนักท่องเที่ยวจะเพิ่มเป็น 44 ล้านคน จากคาดว่าทั้งปี 2562 จะมีจำนวน 39 ล้านคน ขณะที่การส่งออกปีหน้าจะฟื้นตัวและกลับมาขยายตัวเป็นบวกไม่ต่ำกว่า 1.8% จากปีนี้คาดว่าการส่งออกจะติดลบ 2% รวมถึงแรงส่งของมาตรการรัฐและการลงทุน ก็จะทำให้เศรษฐกิจไทยปี 2563 ขยายตัวได้ไม่ต่ำกว่า 3% ทั้งนี้ภาคเอกชนได้มีข้อเสนอเกี่ยวกับการผลักดันให้เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวอย่างรวดเร็วและเป็นหลักประกันว่าเศรษฐกิจไทยปี 2563 เติบโตไม่ต่ำกว่า 3% ได้แก่ การผลักดันราคาพืชผลทางการเกษตรโดยภาครัฐรับซื้อไปแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่า เช่น พาราซอยล์ซีเมนต์ เป็นต้น การบริหารจัดการน้ำให้เพียงพอและเหมาะสมกับความต้องการใช้น้ำของภาคอุตสาหกรรม และภาคบริการในภูมิภาคต่างๆ และการสนับสนุนให้รัฐมีองค์กรดูแลอากาศสะอาด และมี พ.ร.บ.อากาศสะอาด เป็นต้น
นายธนวรรธน์ กล่าวว่า ในเรื่องของร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด ขณะนี้ประธานหอการค้าแต่ละภาคได้มีการเซ็นรับรองแล้วประมาณ 20 รายชื่อ เรื่องนี้จะถูกบันทึกลงไปในสมุดปกขาว เพื่อนำเสนอ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ให้รับทราบอีกด้วย นอกจากนี้จะมีการรวบรวมรายชื่อให้ครบอย่างน้อย 10,000 รายชื่อก่อนจึงจะเสนอประธานสภาผู้แทนราษฎรต่อไป โดยคาดว่าหากหอการค้าไทยทั่วประเทศมีความพร้อมในเรื่องเอกสาร จะสามารถยื่นได้ในวันที่ 2 ธันวาคมนี้ เพื่อให้ประธานรัฐสภาเป็นผู้พิจารณาพ.ร.บ.ดังกล่าวต่อไป
ว่าที่ร้อยเอกจิตต์ ศิรธรานนท์ ประธานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจภาคกลาง กล่าวว่า เศรษฐกิจในพื้นที่ภาคกลาง อยู่ในภาวะชะลอตัวจากกำลังซื้อที่ลดลง เพราะรายได้ภาคเกษตรอยู่ในระดับต่ำ โดยราคาข้าวเปลือกเจ้า ขณะนี้ยังอยู่ระดับต่ำ ตันละ 5,000-8,000 บาท ขณะที่การท่องเที่ยวพบว่าจำนวนนักท่องเที่ยวก็ลดลง เนื่องจากเงินบาทแข็งค่า ส่งผลต่อยอดค้าปลีกโดยเฉพาะร้านค้าขนาดเล็ก ร้านโชวห่วย เนื่องจากกำลังซื้อชะลอตัว แม้ที่ผ่านมารัฐบาลจะมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจโดยการแจกเงินผ่านโครงการชิมช็อปใช้ คนละ 1,000 บาท ให้ 13 ล้านคน วงเงิน 13,000 ล้านบาท แต่ไม่สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจได้มาก เพราะไม่ได้ทำให้เกิดเงินหมุนเวียน
นายปรัชญา สมะลาภา ประธานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจพื้นที่ภาคตะวันออก กล่าวว่า เเศรษฐกิจภาคตะวันออก อยู่ในภาวชะลอตัว เช่นเดียวกัน เนื่องจากได้รับผลกระทบจากการส่งอออกที่ชะลอตัว ทำให้คำสั่งซื้อสินค้าอุตสาหกรรมลดลง กระทบต่อบางโรงงาน ขณะที่ภาคใต้ ยังมีปัญหาสินค้าเกษตรตกต่ำ โดยขณะนีราคายางอยู่ที่กิโลกรัมละ 41 บาท ส่วนปาล์มอยู่ที่กิโลกรัมละ 2.50 บาท ส่วนภาคเหนือ แม้การท่องเที่ยวจะเริ่มกลับมาฟื้นตัว แต่กำลังซื้อไม่ได้เพิ่มมาก เพราะสินค้าเกษตรยังอยู่ในระดับต่ำ เช่นเดียวกับภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่ประสบปัญหาภัยแล้งและน้ำท่วมฉุดกำลังซื้อลดลง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หอค้าไทยได้ผลหารือและข้อสรุปแนวทางที่แต่ละภาคนำเสนอในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและพัฒนาประเทศต่อไป อาทิ การส่งเสริมให้หน่วยงานของรัฐไปจัดสัมมนาในจังหวัดเมืองรองและแหล่งท่องเที่ยวชุมชนภายใต้งบประมาณที่สามารถดำเนินการได้ในปัจจุบันเพื่อกระจายรายได้สู่ภูมิภาค เป็นต้น จะบรรจุในสมุดปกขาวเพื่อยื่นต่อเสนอ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐบาล โดยมี นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นผู้รับมอบแทน ในการปิดการประชุมหอค้าไทยในวันที่ 1 ธันวาคม

