วันที่ 17 มิถุนายน ผู้สื่อข่าวรายงานถึงกรณีที่นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ออกมาเปิดเผยถึงความคืบหน้าโครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง ซึ่งเดิมมีแผนที่จะพัฒนา 6 สถานี ประกอบไปด้วย บางซื่อ ดอนเมือง อยุธยา สระบุรี ปากช่อง และนครราชสีมา แต่ระยะแรกจะมีการเริ่มสร้าง 3.5 กิโลเมตร โดยใช้งบประมาณการลงทุนภายในประเทศก่อน จนกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในวงกว้างนั้น
ล่าสุด นายหัสดิน สุวัฒนะพงศ์เชฎ ประธานหอการค้าจังหวัดนครราชสีมา ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า ตนคิดว่าสาเหตุที่รัฐบาลต้องเคาะโครงการก่อสร้างทางรถไฟความเร็วสูงระยะแรก 3.5 กิโลเมตรนั้น เนื่องจากรัฐบาลต้องการสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศมากกว่า เพราะโดยตัวโครงการทั้งหมดนั้น มีมูลค่าสูงถึง 1.9 แสนล้านบาท มีระยะทางรวมประมาณ 250 กิโลเมตร และมีรายละเอียดการออกแบบอีกมากมาย ซึ่งต้องจ้างวิศวกรผู้เชี่ยวชาญออกแบบ ใช้เวลาไม่น้อยกว่า 2 ปี อีกทั้งค่าออกแบบลักษณะนี้ ก็มีมูลค่าเฉลี่ย 7% ของงบประมาณการก่อสร้างทั้งหมด จึงอาจจะยังไม่สามารถตอบโจทย์ที่จะสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนได้ในขณะนี้
“เพราะการออกแบบเมกะโปรเจ็กต์เช่นนี้นั้นโดยปกติก็จะออกแบบครั้งเดียวเลย แต่รัฐบาลตัดสินใจที่จะแบ่งการออกแบบเป็นหลายช่วง โดยเลือกช่วงที่มีทางเรียบ ไม่มีภูเขาลาดชันมาใช้ในการออกแบบการก่อสร้างระยะแรกก่อน เพราะง่ายต่อการก่อสร้าง หลังจากนั้นจึงลงทุนก่อสร้างระยะทาง 3.5 กิโลเมตร เพื่อเป็นสัญลักษณ์ให้นักลงทุนเห็นว่า โครงการนี้มาแน่นอน เนื่องจากรัฐบาลเริ่มก่อสร้างให้เห็นแล้ว ส่วนโครงการระยะยาวนั้น ก็คงต้องใช้ระยะเวลาอีกพอสมควร แต่ขอให้นักลงทุนเชื่อมั่นว่าโครงการรถไฟความเร็วสูงมาแน่นอน” นายหัสดิน กล่าว
อย่างไรก็ตาม นายทวิสัน โลณานุรักษ์ อดีตเลขาธิการหอการค้าภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กล่าวว่า ตนได้ยินโครงการก่อสร้างทางรถไฟความเร็วสูง ระยะแรก 3.5 กิโลเมตรแล้ว ก็รู้สึกว่ามันไม่ใช่แน่ เพราะระยะทางแค่นี้จะไปใช้งานอะไรได้ แค่นั่งรถจักรยานยนต์ก็พอแล้ว เนื่องจากโครงการนี้เป็นโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ ไม่ใช่มาทำเล่นๆ แล้วก็ทิ้งให้กลายเป็นความอัปยศ เหมือนหลายโครงการที่เคยเกิดขึ้นมาแล้ว ตนมองว่าถ้ารัฐบาลยังไม่พร้อมก็ขอให้ชะลอโครงการไว้ก่อน ไม่มีใครว่าอะไรอยู่แล้ว ขอแต่เพียงว่าให้มีแผนการดำเนินงานอย่างรอบคอบ แล้วดำเนินการก่อสร้างไปในคราวเดียวไปเลย แต่หากทำแค่เพียง 3.5 กิโลเมตรแล้ว เมื่อมีรัฐบาลชุดใหม่ไม่เอาด้วย ก็จะเสียภาษีของประชาชนโดยเปล่าประโยชน์

