นายอมร แก่นสารี ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขื่อนภูมิพล การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) เปิดเผยว่า กฟผ.อยู่ระหว่างศึกษาโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนทุ่นลอยน้ำ(โซลาร์ลอยน้ำ) ที่เขื่อนภูมิพล กำลังการผลิต 778 เมกะวัตต์ แบ่งเป็น 3 เฟส ตั้งเป้าหมายจะจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์(ซีโอดี ) โดยเฟส 1 กำลังการผลิต 158 เมกะวัตต์ ซีโอดี ปี 2569 เฟส 2 กำลังการผลิต 300 เมกะวัตต์ ซีโอดี ปี 2573 และเฟส 3 กำลังการผลิต 320 เมกะวัตต์ ซีโอดี ปี 2576 โดยการสร้างโซลาร์ลอยน้ำ 1 เมกะวัตต์จะใช้พื้นที่ ประมาณ 10 ไร่ รวม 3 เฟส ใช้พื้นที่ 8,000 ไร่
นายอมร กล่าวว่า หากผลการศึกษาแล้วเสร็จและได้รับการอนุมัติจากภาครัฐ คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างเฟส1 ปี2565 ส่วนเฟสต่อไปต้องรอประเมินผลจากเฟสแรกก่อน ซึ่งการก่อสร้างที่เขื่อนภูมิพลไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะต้องดูแนวทางเดินเสาส่งไฟฟ้า ซึ่งเกี่ยวข้องกับพื้นที่กรมอุทยาน และจะขัดขวางการเดินเรือหรือไม่ ต้องขออนุญาตกรมเจ้าท่า นอกจากนี้เขื่อนภูมิยังมีพื้นที่แคบและลึก การก่อสร้างขนาดใหญ่ทำได้ลำบากกว่าเขื่อนสิรินธรที่มีพื้นที่กว้าง จึงต้องรอผลการศึกษาที่เหมาะสมก่อน
“การผลิตไฟฟ้าโซลาร์ลอยน้ำในเขื่อนภูมิพล จะออกแบบเป็นไฮบริด ขนาดกำลังการผลิตไฟฟ้าเท่ากับการผลิตไฟฟ้าพลังน้ำจากเขื่อน 778 เมกะวัตต์ เพื่อเฉลี่ยต้นทุนค่าไฟไม่ให้สูงขึ้น หรือ อยู่ในกรอบที่ภาครัฐกำหนดต้นทุนต้องไม่เกิน 2.40 บาทต่อหน่วย เพราะการผลิตไฟฟ้าจากโซลาร์ลอยน้ำต้นทุนสูงอยู่ที่ประมาณ 4-5 บาทต่อหน่อย โดยประโยชน์จากการติดตั้งโซลาร์ลอยน้ำในเขื่อน เป็นการใช้พื้นที่เขื่อนให้เกิดประโยชน์สูงสุด และลดปัญหาการต่อต้านจากชุมชน อุปสรรคสำคัญในการจัดตั้งโรงไฟฟ้าใหม่ในอนาคต”นายอมร กล่าว
นายอมร กล่าวว่า ปัจจุบันเขื่อนภูมิพลมีกำลังผลิตไฟฟ้าพลังน้ำ 778 เมกะวัตต์ และอยู่ระหว่างการปรับปรุงเครื่องกำเนิดไฟฟ้า เครื่องที่ 7 จากทั้งหมด 8 เครื่อง หลังจากใช้งานมากกว่า 20 ปี จะแล้วเสร็จในวันที่ 11 กรกฎาคม 2563 ใช้งบลงทุนราว 600 ล้านบาท เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้าสูงขึ้น
นายอมร กล่าวว่า สำหรับสถานการณ์น้ำในเขื่อนภูมิพล จ.ตาก ล่าสุดระดับน้ำ อยู่ที่ 5,887 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็น 43% ของความจุเขื่อน แต่มีระดับน้ำใช้งานได้จริง 1,978 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็น 20% ของความจุดเขื่อน ระดับน้ำใกล้เคียงกับปีก่อน ขณะเดียวกันทางเขื่อนได้รับคำสั่งจากคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำ ให้เตรียมพร้อมบริหารจัดการน้ำรองรับช่วงฤดูแล้งเพื่อให้เพียงพอต่อการอุปโภคบริโภค และรักษาระบบนิเวศน์ฯ โดยตั้งแต่วันที่ 1พฤศจิกายน 2562 ถึง 30 เมษายน 2563 ให้ปล่อยน้ำปริมาณ 1,300 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ วันละประมาณ 7-8 ล้านลูกบาศก์เมตร
“ระดับน้ำตอนนี้ แม้จะไม่วิฤกติเหมือนช่วงปี 2558 ที่เขื่อนภูมิพลฯมีระดับต่ำสุดเหลือไม่ถึง 20%ของความจุเขื่อน ทำให้ต้องประหยัดการใช้น้ำมาก ตอนนี้ยังบริหารจัดการไปได้ แต่ก็อยู่ในภาวะต้องเฝ้าระวัง และขอให้ประชาชนอย่าวิตกกังวล เพราะกฟผ.จะบริหารจัดการน้ำอย่างระมัดระวัง และคำนึกถึงการอุปโภคบริโภคเป็นอันดับแรก”นายอมร กล่าว

