“จ๊อบส์ ดีบี” เผยอาชีพ-เงินเดือน งานขาย-สื่อสาร รับ Thailand 4.0
จากการสำรวจของบริษัท จัดหางาน จ๊อบส์ ดีบี (ประเทศไทย) จำกัด ที่ล่าสุดเจาะลึกถึงการให้ค่าตอบแทน และข้อมูลฐานเงินเดือนจากทุกอุตสาหกรรม และระดับตำแหน่งงาน จากผู้ประกอบการชั้นนำกว่า 40,000 รายทั่วประเทศ เพื่อนำมาเป็นรากฐานในการพัฒนาศักยภาพของบุคลากร และรองรับกับการปรับเปลี่ยนจากเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วย “ประสิทธิภาพ” เป็นเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วย “นวัตกรรม”
จากนโยบายของภาครัฐที่ต้องการก้าวไปสู่ความเป็นผู้นำในระดับภูมิภาค “นพวรรณ จุลกนิษฐ” กรรมการผู้จัดการ บริษัท จัดหางาน จ๊อบส์ ดีบี (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า หนึ่งในกลไกสำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนไปสู่เศรษฐกิจยุคประเทศไทย 4.0 คือ การพัฒนาบุคลากรในมิติต่าง ๆ ให้มีคุณภาพเพื่อขับเคลื่อน และยกระดับผลิตภาพไปพร้อม ๆ กัน
“จ๊อบส์ ดีบี จึงจัดทำผลสำรวจดังกล่าวเพื่อแนะให้ทั้งผู้สมัครงาน และผู้ประกอบการวางแผนการเตรียมความพร้อมของตนเองในอาชีพการงานที่เหมาะสม และโครงสร้างเงินเดือนแต่ละระดับตำแหน่งงาน และแต่ละอาชีพในตลาดที่แท้จริง เพื่อนำไปสู่การพัฒนาทักษะการทำงานให้สอดคล้องกับความต้องการแรงงานที่ตลาดต้องการ และสอดคล้องกับนโยบายของประเทศ”
โดยผลการสำรวจจากองค์กรชั้นนำของประเทศกว่า 40,000 รายที่ใช้บริการของ จ๊อบส์ ดีบี พบว่า 10 อันดับสายงานที่เป็นที่ต้องการของตลาดในทุกระดับตำแหน่งงาน ประจำปี 2559 อันดับ 1 ได้แก่ งานขาย, บริการลูกค้า และพัฒนาธุรกิจ 14% รองลงมาคือ งานวิศวกรรม 13% ตามมาด้วย งานธุรการและงานทรัพยากรบุคคล 12% งานบัญชี 12% งานไอที 11% งานการตลาดและงานประชาสัมพันธ์ 7% งานธนาคารและงานการเงิน 5% งานขนส่ง 4% งานสื่อและงานโฆษณา 3% และงานบริการเฉพาะทาง 3% ตามลำดับ
นอกจากนี้ ผลสำรวจยังเจาะลึกถึงการเชื่อมโยงระหว่างตำแหน่งงานที่เป็นที่ต้องการของตลาดกับค่าตอบแทนที่ควรได้รับ ซึ่ง “จ๊อบส์ ดีบี” จำแนกสายงานที่มีเงินเดือนมากที่สุดออกเป็น 4 ระดับ ดังนี้
หนึ่ง ระดับเจ้าหน้าที่ โดย 3 อันดับแรกมีเงินเดือนมากที่สุด คือ 1.โทรคมนาคม (เจ้าหน้าที่ออกแบบระบบเครือข่าย/ เจ้าหน้าที่ดูแลระบบเครือข่าย) เริ่มต้นที่ 28,467 บาท 2.บริการเฉพาะทาง (วิเคราะห์ธุรกิจ/ งานด้านกฎหมาย/ ที่ปรึกษาด้านการจัดการความเสี่ยง) เริ่มต้นที่ 22,731 บาท และ 3.ไอที (เจ้าหน้าที่บริการด้านไอที) เริ่มต้นที่ 21,854 บาท ทั้งนี้เนื่องจากการผลิตบุคลากรสาขาดังกล่าว แต่ละปีมีจำนวนจำกัด และอาจมีแนวโน้มเพิ่มจำนวนความต้องการสูงขึ้นในอนาคต
สอง เจ้าหน้าที่ระดับกลาง ตำแหน่งงานที่มีเงินเดือนสูงสุด 3 อันดับแรกคือ 1.โทรคมนาคม (พนักงานจัดการเครือข่ายอาวุโส/หัวหน้าทีมออกแบบเครือข่าย) เริ่มต้นที่ 38,125 บาท 2.งานธนาคาร และงานการเงิน (นักวิเคราะห์การเงิน/ นักวิเคราะห์การลงทุน/พนักงานฝ่ายกลยุทธ์ด้านการเงิน) เริ่มต้นที่ 37,667 บาท และ 3.บริการเฉพาะทาง (นักวิเคราะห์ธุรกิจอาวุโส/เจ้าหน้าที่ฝ่ายดูแลการปฏิบัติตามกฎหมาย) เริ่มต้นที่ 36,133 บาท
โดยมีสาเหตุจากการเปลี่ยนงานของบุคลากรเมื่อเริ่มทำงานในสายงานนี้จนมีความมั่นใจ และความชำนาญในระดับหนึ่ง
สาม ระดับหัวหน้างาน โดย 3 อันดับแรกที่มีเงินเดือนสูงสุด คือ 1.บริการเฉพาะทาง (หัวหน้าฝ่ายกฎหมายระหว่างประเทศ/หัวหน้าฝ่ายนิติการ) เริ่มต้นที่ 51,208 บาท 2.งานประกันภัย (หัวหน้าฝ่ายปฏิบัติงานประกันภัย/หัวหน้าฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์) เริ่มต้นที่ 50,855 บาท และ 3.บัญชี (หัวหน้าฝ่ายภาษีระหว่างประเทศ) เริ่มต้นที่ 49,664 บาท
สี่ ระดับผู้จัดการขึ้นไป โดยอันดับแรกที่มีเงินเดือนสูงสุด ได้แก่ งานด้านอสังหาริมทรัพย์ (รอง ผอ.ฝ่ายขายและการตลาด/ผู้จัดการฝ่ายจัดหาที่ดิน) เริ่มต้นที่ 87,500 บาท ตามด้วย งานด้านวิทยาศาสตร์ งาน Lab งานวิจัยและพัฒนา เริ่มต้นที่ 83,276 บาท และงานขนส่ง (ผู้จัดการแผนกซัพพลายเชน) เริ่มต้นที่ 80,738 บาท ตามลำดับ
จากการสำรวจข้างต้น “นพวรรณ” อธิบายเพิ่มเติมว่า ผลสำรวจเงินเดือนทุกระดับตำแหน่งงาน ถือเป็นดัชนีชี้ให้เห็นถึงค่าตอบแทนในแต่ละสาขาอาชีพที่จะช่วยให้คนทำงานมีความรู้สึกอยากพัฒนาทักษะด้านการทำงานของตนจนสามารถก้าวขึ้นสู่การเป็นผู้บริหารระดับสูงในสายอาชีพนั้นๆอย่างมีประสิทธิภาพในอนาคต
“จ๊อบส์ ดีบี จึงอยากให้ข้อแนะนำว่า หากคนทำงานที่อยู่ในระดับเจ้าหน้าที่ทั่วไปต้องการก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งระดับผู้จัดการในอาชีพต่าง ๆ ต้องพัฒนาทักษะพื้นฐานแต่ละอาชีพที่จำเป็น ประกอบกับพัฒนาความสามารถด้านการเป็นผู้นำ และทัศนคติที่พร้อมจะเป็นผู้บริหารในสายงานนั้น ๆ ยกตัวอย่างเช่น งานโทรคมนาคม จะต้องมีความรู้ ความเข้าใจด้านโครงสร้างพื้นฐานของโทรคมนาคมระหว่างประเทศ อีกทั้งจะต้องสามารถจัดการกับเครื่องมือความปลอดภัยของเน็ตเวิร์กได้ด้วย รวมถึงสามารถตรวจสอบ เพิ่มประสิทธิภาพ และแก้ไขปัญหาการเชื่อมต่อเครือข่ายให้พร้อมใช้งานด้วย”
“นอกจากนี้ ด้านสายงานเทคโนโลยีการสื่อสาร ต้องมีทักษะความสามารถพิเศษ เช่น มีการค้นคว้าแหล่งข้อมูลเพื่อการสรรหาตรรกะที่ดี การวิเคราะห์ เพื่อสรุปสถานการณ์ และการคาดการณ์ในอนาคต ส่วนสายงานด้านงานบริการเฉพาะทางอย่างเจ้าหน้าที่ด้านกฎหมาย และที่ปรึกษาด้านการจัดการความเสี่ยง นอกจากจะต้องมีใบอนุญาตแล้ว ยังจะต้องมีความรู้เรื่องสัญญากฎหมายในเชิงพาณิชย์ และกฎหมายบริษัทประกอบด้วย”
“จากการทำผลสำรวจทั้งหมด เราต้องการให้คนทำงานมองเห็นโอกาสการเติบโตในสายอาชีพที่ตนทำอยู่ ด้วยการพัฒนาทักษะของตัวเองให้พร้อมเข้าสู่อุตสาหกรรมยุคใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ”
อันนำไปสู่การบริหารจัดการคนที่ใช่และเหมาะสมกับงานที่เป็นระบบอย่างแท้จริง

