หน้าแรก เศรษฐกิจ บสย.ออกผลิตภั...

บสย.ออกผลิตภัณฑ์ใหม่ค้ำประกันเอสเอ็มอีสูงถึง 100% ช่วยสภาพคล่องธุรกิจต้องการเงินด่วน

11.12.19 | 06:16 น.

 

นายรักษ์ วรกิจโภคาทร กรรมการและผู้จัดการทั่วไป บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เปิดเผยว่า บสย.เตรียมออกโครงการผลิตภัณฑ์ค้ำประกันในรูปแบบการค้ำประกันโดยตรง (Direct Guarantee) ให้กับ เอสเอ็มอี ซึ่งจะเป็นการออกหนังสือรับรอง (Letter of Guarantee) ให้กับ เอสเอ็มอี รายนั้นโดยตรง เพื่อให้ เอสเอ็มอีสามารถเดินไปยื่นขอสินเชื่อที่สถาบันการเงิน โดยจะได้รับการค้ำประกันสินเชื่อจาก บสย.จากเดิมที่เอสเอ็มอีที่ต้องการสินเชื่อจากสถาบันการเงิน ต้องไปหาสถาบันการเงินก่อน หากเครดิตไม่พอ สถาบันการเงินจะแนะนำให้ใช้บริการ บสย.และสถาบันการเงินจะส่งลูกค้ารายนั้นมาให้ บสย.พิจารณา

นายรักษ์กล่าวว่า ปัจจุบัน บสย.คัดเลือกธนาคารที่จะเข้าร่วมโครงการนี้แล้ว 3 ธนาคารจากทั้งหมด 18 ธนาคาร โดยจะดำเนินการในช่วงปลายเดือนธันวาคมนี้ทั้งนี้กลุ่มลูกค้าที่มีคุณสมบัติที่จะสามารถขอ Direct Guarantee จาก บสย.คือ เอสเอ็มอี ที่ดำเนินธุรกิจมาแล้วไม่ต่ำกว่า 5 ปี มีรายได้สม่ำเสมอ และงบการเงินต้องเป็นบวกติดต่อกัน 3 ปี โดย บสย.จะค้ำประกันสินเชื่อในกลุ่มนี้ไม่เกินรายละ 40 ล้านบาท เนื่องจากลูกค้ากลุ่มดังกล่าว ถือเป็นกลุ่มลูกค้าชั้นดี ดังนั้น บสย.จะเพิ่มอัตราการค้ำประกันให้สูงขึ้น เป็น 70%  จากเดิม 30% ซึ่ง บสย.สามารถค้ำลูกค้ากลุ่มนี้ได้ถึง 100%  โดยความเสียหายของลูกค้ากลุ่มนี้ บสย.จะรับภาระเอง โดยที่กระทรวงการคลังไม่ต้องรับผิดชอบ

นายรักษ์กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม เนื่องจาก Direct Guarantee ดังกล่าว เป็นการอำนวยความสะดวกเพื่อเพิ่มสภาพคล่องให้กับธุรกิจ ดังนั้นอัตราค่าธรรมเนียมการค้ำประกันจะสูงกว่าปกติ โดยคิดในอัตรา 2.5-3% ของวงเงินค้ำประกัน จากปกติอยู่ที่ 1.5% ลูกค้ากลุ่มที่ต้องการ Direct Guarantee คือ ลูกค้าที่ต้องการเงินด่วนเพื่อใช้หมุนเวียนธุรกิจ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นธุรกิจที่มีผลกำไรที่สูงและพร้อมจ่ายค่าธรรมเนียมเพื่อต้องการเงินทุนที่ด่วนเป็นพิเศษ

นายรักษ์กล่าวว่า กลุ่มลูกค้ากลุ่มนี้ บางกรณีต้องการเงินลงทุนด่วน แต่เนื่องจากหลักประกันที่ใช้ค้ำประกันเงินกู้ ได้เต็มหมดแล้ว ซึ่งตามหลักแล้วธนาคารจะไม่ปล่อยกู้เพิ่มเติม ยิ่งในสถานการณ์ปัจจุบัน ธนาคารเข้มงวดการปล่อยสินเชื่อมากขึ้น เห็นได้จากยอดปฏิเสธสินเชื่อที่สูงถึง 40% จากที่เคยอยู่ที่ 26% ดังนั้นจึงต้องใช้บริการของ บสย. โดยยอมจ่ายค่าธรรมเนียมการค้ำประกันที่สูงขึ้น ขณะเดียวกัน บสย.ก็มองว่าลูกค่ากลุ่มนี้เป็นลูกค้าที่มีศักยภาพสูง

Advertisement