หน้าแรก เศรษฐกิจ LIT ฝ่ากระแสด...

LIT ฝ่ากระแสดิสรัปชัน ปั้นทีมดิจิทัลมาร์เก็ตติ้ง ขยายฐานลูกค้า ออกหุ้นกู้ตุนเงินพร้อมรับโครงการรัฐ ปี63

11.12.19 | 12:42 น.

น.ส.สิตาพัชร์ นิโรจน์ธนรัฐ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท ลีซ อิท จำกัด (มหาชน) หรือ LIT ผู้ดำเนินธุรกิจให้บริการสินเชื่อธุรกิจเพื่อเอสเอ็มอี ประเภท Non-Bank เปิดเผยภาพรวมทิศทางกลยุทธ์ปี 2562-2563 ว่า บริษัทฯจะเดินหน้ามุ่งเน้นการเติบโตอย่างยั่งยืน (Sustainable Growth) และมุ่งเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน (Increase Competitiveness) ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านสินเชื่อ (Credit Risk Management)

น.ส.สิตาพัชร์ กล่าวว่า สำหรับผลการดำเนินงานงวด 9 เดือนแรกของปี 2562 มีรายได้รวม 351.27 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.68 ล้านบาท หรือ 4.36% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อนมีรายได้รวม 336.59 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิงวด 9 เดือนที่ 102.68 ล้านบาท ขณะที่พอร์ตลูกหนี้สินเชื่ออยู่ที่ 2,655.08 ล้านบาท มียอดปล่อยสินเชื่อ 7,649 ล้านบาท ทั้งนี้บริษัทฯ เตรียมออกขายหุ้นกู้ 950 ล้านบาท เพื่อนำไปชำระคืนหุ้นกู้ที่จะครบกำหนดในปี 2563 และนำไปใช้เป็นทุนหมุนเวียนของบริษัทสำหรับการขยายพอร์ตในไตรมาสที่ 1/2563

น.ส.สิตาพัชร์ กล่าวอีกว่า ล่าสุดทริสเรทติ้งจัดอันดับเครดิตองค์กร LIT ในระดับน่าลงทุน (Investment Grade) ที่ระดับ “BBB-” ด้วยแนวโน้ม “Stable” หรือ “คงที่” สะท้อนถึงการที่บริษัทฯมีฐานเงินทุนที่แข็งแกร่ง รวมถึงมีผลประกอบการทางการเงินที่น่าพอใจ และมีแหล่งเงินทุน และสภาพคล่องที่เพียงพอ ในการประเมินอันดับเครดิตทริสเรทติ้งยังพิจารณารวมถึงประวัติการดำเนินงานที่เพียงพอของบริษัทในการให้สินเชื่อแก่กลุ่มผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม หรือเอสเอ็มอี ที่เน้นการรับงานโครงการจากภาครัฐ ซึ่งการจัดอันดับเรทติ้งจะส่งผลทำให้การขายหุ้นกู้ได้รับการตอบรับจากนักลงทุนที่ดียิ่งขึ้น และยังสามารถลดต้นทุนทางการเงินซึ่งเป็นต้นทุนหลักของบริษัทฯ ในปี 2563

“แผนการดำเนินงาน เราให้ความสำคัญกับการเติบโตที่ยั่งยืน และการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ควบคู่ไปกับการบริหารความเสี่ยงด้านเครดิต ตามโรดแมพระยะยาวที่วางไว้ (2561-2563)” น.ส.สิตาพัชร์ กล่าวและว่า ที่ผ่านมา ได้มีการปรับกลยุทธ์ด้านการตลาดเพื่อรองรับการให้บริการในกลุ่มลูกค้าเฉพาะทาง ทำให้สามารถคัดเลือกผลิตภัณฑ์ทางการเงินของบริษัทฯ ที่มีความหลากหลายได้ตรงความต้องการของลูกค้ามากขึ้น และยังเดินหน้าขยายตลาดผ่านช่องทางดิจิทัลมาร์เกตติ้งซึ่งปีที่ผ่านมาได้รับการตอบรับที่ดี โดยลูกค้าที่มาจากตลาดออนไลน์มีสัดส่วนคิดเป็น 20% ของจำนวนรายลูกค้าใหม่ทั้งหมด”

น.ส.สิตาพัชร์ กล่าวถึงแนวโน้มผลการดำเนินงานในปี 2562-2563 คาดว่าจะเติบโตจากการให้สินเชื่อเพื่อสนับสนุนโครงการภาครัฐตามกระแสเทคโนโลยีในยุคดิสรัปชัน ล่าสุดบริษัทฯ ได้สนับสนุนสินเชื่อนวัตกรรมที่จอดรถอัจฉริยะแห่งอนาคต มูลค่าสัญญากว่า 70 ล้านบาท การให้สินเชื่อในโครงการติดตั้งเครื่องตรวจอาวุธและระเบิด-สายพานลำเลียง เพื่อยกระดับความปลอดภัยสนามบินในประเทศตามมาตรฐาน ICAO และโครงการวิทยุสื่อสารโทรคมนาคม

Advertisement