‘กุลิศ’เร่งเดินหน้ากองทุนอนุรักษ์พลังงานดึง10,000ล้านบ.กระตุ้นศก.ฐานราก

12.12.19 | 06:04 น.

“กุลิศ”เร่งเดินหน้ากองทุนอนุรักษ์พลังงานตามนโยบายรัฐบาล คาดบอร์ดใหญ่”สมคิด”เป็นประธาน 20 ธ.ค.นี้ เตรียมเคาะเกณฑ์เบิกจ่ายงบปี 63 หมื่นล้านกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก เดินหน้าโครงการติดโซลาร์สูบน้ำบาดาลรับมือภัยแล้งปี63ต่อเนื่อง พร้อมปรับเงื่อนไขคุมเข้มแบบครบวงจรต้องมีงบซ่อมบำรุงให้ถาวร เล็งดันสำนักงานกองทุนฯสู่องค์กรมหาชน

นายกุลิศ สมบัติศิริ ปลัดกระทรวงพลังงานในฐานะประธานคณะทำงานกลั่นกรองกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน เปิดเผยว่า วันที่ 20 ธันวาคมนี้จะมีการประชุมคณะกรรมการกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน(บอร์ดกองทุนอนุรักษ์) ที่มีนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีเป็นประธานเพื่อพิจารณาเกณฑ์การอนุมัติเบิกจ่ายงบประมาณกองทุนฯประจำปี 2563 วงเงิน 10,000 ล้านบาท คาดว่าจะเปิดให้ยื่นข้อเสนอขอสนับสนุนในเดือนมกราคม 2563 และคัดเลือกโครงการภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2563 จากนั้นสามารถเบิกจ่ายงบได้ประมาณเดือนมีนาคม 2563 โดยการพิจารณาโครงการจะมุ่งเน้นการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากเป็นสำคัญ

“โครงการต่างๆที่จะยื่นขอสนับสนุนจากนี้ไปจะมีการปรับเกณฑ์ที่จะไม่เกิดการใช้งบแล้วทิ้งโครงการเช่นอดีตที่เคยเกิดขึ้น โดยจะมีคณะอนุกรรมการประเมินผลที่มีนายพรายพล คุ้มทรัพย์ เป็นประธาน ซึ่งหากเกิดปัญหาจะต้องกำหนดขึ้นแบล็คลิสต์ทันที ซึ่งทั้งหมดจะเดินไปตามนโยบายของนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงานในการเข้มงวดให้การช่วยเหลือนั้นเกิดประโยชน์ต่อชุมชนที่แท้จริง”นายกุลิศกล่าว

นายกุลิศกล่าวว่า ตัวอย่างโครงการสำคัญที่จะก่อให้เกิดประโยชน์กับชุมชนที่มุ่งเน้นปี 2563 หนึ่งในโครงการหลักคือ โครงการระบบสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อการเกษตรที่ได้ดำเนินการมาต่อเนื่องแต่จะมีการปรับหลักเกณฑ์ดูแลให้ครบวงจรมากขึ้นเช่น การนำน้ำที่สูบได้ไปปลูกข้าวแล้วจะต้องมองการขยายไปสู่การสนับสนุนให้ใช้โรงอบแห้งเข้าไปดูแล เป็นต้น ขณะเดียวกันการใช้น้ำบาดาลที่สูบได้จะต้องมุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาภัยแล้งที่ก่อให้เกิดการใช้ประโยชน์ในพื้นที่ที่เหมาะสมและเกิดประโยชน์ต่อพื้นที่สูงสุด

นายกุลิศกล่าวว่า อย่างไรก็ตามขณะนี้ตนได้มอบหมายให้พลังงานจังหวัดเข้าไปสำรวจพื้นที่ต่างๆ ที่เหมาะสมในการดำเนินโครงการเพื่อรับมือกับภัยแล้งที่จะเกิดขึ้น พร้อมกันนี้จะประสานไปยังปลัดกระทรวงมหาดไทยเพื่อขอความร่วมมือกับผู้ว่าราชการจังหวัด และองค์กรบริหารส่วนตำบล(อบต.)ที่จะเข้ามาร่วมดูแลและคัดกรองโครงการที่มีความเป็นไปได้ที่ให้สามารถดำเนินการได้อย่างถาวรด้วยการมีงบต่อเนื่องในการซ่อมบำรุงไม่ให้เกิดการทิ้งร้างเช่นที่ผ่านมา

Advertisement

นายกุลิศกล่าวว่า สำหรับการประชุมคณะอนุกรรมการบริหารกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานที่มีศ.ดร.สกนธ์ วรัญญูวัฒนา เป็นประธานเมื่อวันที่ 11 ธันวาคม ได้มีการพิจารณาเรื่องการปรับปรุงโครงสร้างการจัดทำฐานข้อมูล(บิ๊ก ดาต้า) เพื่อทำให้การดำเนินงานต่างๆเป็นไปอย่างโปร่งใสและมีแบบแผนมากขึ้น และรวมไปถึงการประเมินผลงานให้ นายธนธัช จังพานิช ผู้จัดการสำนักงานบริหารกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน(ส.กทอ.)ให้ผ่านเกณฑ์การประเมินเนื่องจากได้มีการทำงานมาเป็นระยะเวลาถึง 2 ปีแล้ว

“ในระยะต่อไปยังมองที่จะมีการยกระดับให้สำนักงานบริหารกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานให้เป็นองค์กรมหาชนเช่นเดียวกับกรณีของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่เกิดขึ้นเพื่อทำให้การบริหารเงินและองค์กรให้เดินหน้าอย่างมีประสิทธิภาพเป็นองค์กรที่มีกำลังคนอย่างเหมาะสมกับงาน”นายกุลิศกล่าว