นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง(สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงประกาศขยายกำหนดเวลาการบังคับใช้พระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ.2562ของกระทรวงมหาดไทย ว่า แม้ประกาศขยายเวลาบังคับใช้ แต่กฎหมายยังมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 มกราคม 2563 เหมือนเดิม โดยที่เลื่อนคือกระบวนการเสียภาษีที่ดิน ปกติเสียภาษีช่วงเดือนเมษายนของทุกปี แต่ในปีหน้ากระบวนการในการจัดเก็บดำเนินการโดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ต้องดำเนินการช่วงเดือนมกราคม-มีนาคม 2563 พบว่ามีบ้างท้องถิ่นยังไม่พร้อม เช่น การประเมินภาษีของแต่ละประเภทในท้องถิ่น ว่าต้องเสียภาษีที่ดินในลักษณะใด เป็นรายแปลง

“การประกาศเลื่อนจัดเก็บภาษีดังกล่าวเป็นอำนาจกระทรวงมหาดไทยสามารถทำได้ ที่ผ่านมาหารือกับกระทรวงการคลังมาโดยตลอด ซึ่งการขยายไป 4 เดือนทำให้ผู้เสียภาษีเลื่อนจ่ายภาษีไปเป็นเดือนสิงหาคม2563 จากเดิมต้องในเดือนเมษายน2563 ตรงนี้ช่วยทำให้ทั้งผู้จัดเก็บคือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น บางแห่งที่ยังไม่พร้อม มีเวลาที่จะทำให้กระบวนจัดเก็บมีความพร้อม และทำให้ผู้เสียภาษีมีเวลาในการหายใจอีก 4 เดือน”นายลวรณ กล่าว
นายลวรณ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้การเลื่อนจัดเก็บภาษีดังกล่าวเนื่องจากกฎหมายลูกของภาษีที่ดินรวม 19 ฉบับ ยังมี 10 ฉบับรอประกาศบังคับใช้ ซึ่งกระทรวงการคลังคาดว่าจะประกาศกฎหมายลูกค้างอยู่ 9 ฉบับภายในสิ้นปี 2562 นี้ และอีก 1 ฉบับเป็นอัตราภาษีจะนำมาใช้อีก 2 ปีข้างหน้าจะประกาศในช่วงก่อนปี 2565 ส่วนอัตราภาษีจัดเก็บในปี 2563 นั้น ประกาศเป็นบทเฉพาะกาลในกฎหมายภาษีที่ดินไปเรียบร้อยแล้ว
นายลวรณ กล่าวว่า การเลื่อนเก็บภาษีที่ดิน 4 เดือนไม่กระทบต่อรายได้รัฐบาลปีนี้คาดว่าจะมีรายได้จากภาษีที่ดิน 4 หมื่นล้านบาท จากเดิมจัดเก็บได้กว่า 3 หมื่นล้านบาท เพราะแม้จะเลื่อนไปเงินรายได้จากการจัดเก็บภาษีที่ดินยังอยู่ในปีงบประมาณ 2563 ซึ่งกระทรวงการคลังสามารถบริหารจัดการการจัดเก็บรายได้ดังกล่าวเพื่อให้เพียงพอกับการใช้เงินของรัฐบาลได้

