‘กสทช.’ เตรียมออกประกาศ กำกับดูแลอุปกรณ์ ‘ไอโอที’ รับ 5G ที่กำลังจะมา

13.12.19 | 08:48 น.
นายก่อกิจ ด่านชัยวิจิตร รองเลขาธิการ กสทช.

นายก่อกิจ ด่านชัยวิจิตร รองเลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (รองเลขาธิการ กสทช.) เปิดเผยว่า ภายในไตรมาสแรกปี 2563 กสทช.จะมีการออกประกาศเกี่ยวกับการกำกับดูแลและปรับปรุงเลขหมายอุปกรณ์อินเตอร์เน็ต ออฟ ธิงส์ (ไอโอที) เพื่อรองรับเทคโนโลยี 5G ที่กำลังจะมีการประมูลภายในวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2563 คาดว่าผู้ชนะการประมูลจะใช้เวลาในการวางโครงข่ายประมาณ 1-2 เดือน ดังนั้นประกาศของ กสทช. ที่ออกมาก็จะสอดรับกับการใช้งานเทคโนโลยี 5G ซึ่งต้องมีอุปกรณ์ และเซ็นเซอร์ไอโอที จำนวนมากเกิดขึ้น เนื่องจากเทคโนโลยี 5G เป็นการสื่อสารระหว่างอุปกรณ์กับอุปกรณ์

นายก่อกิจ กล่าวว่า ทั้งนี้ เมื่อเน็ตเวิร์กเป็นสิ่งสำคัญในการทำให้อุปกรณ์สื่อสารกับอุปกรณ์ การกำกับดูแลเกตเวย์ที่เป็นหัวใจหลักของการสื่อสารจึงเป็นสิ่งที่ กสทช. ต้องดูแลเพื่อไม่ให้เกิดการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล หรือ เกิดปัญหาด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ ทำให้ กสทช. ต้องมีการออกเลขหมายเพื่อกำกับอุปกรณ์ไอโอทีที่อาจส่งผลกระทบต่อเรื่องดังกล่าวด้วย แต่ยังไม่ได้กำหนดลงรายละเอียดชี้ชัดว่าจะเป็นอุปกรณ์ประเภทไหนอย่างไร เพราะเกรงว่าจะส่งผลกระทบต่อการพัฒนาเทคโนโลยีหากกฎเกณฑ์ของ กสทช. เข้มงวดเกินไป เบื้องต้น กสทช.กำหนดเลขหมายสำหรับอุปกรณ์ไอโอที ไว้ 14 หลัก จำนวน 8,000 ล้านเลขหมาย

“กสทช. คงไม่ได้กำกับไปในตัวเซ็นเซอร์ทุกตัว แต่จะดูที่เกตเวย์เป็นหลัก อุปกรณ์ที่จะควบคุมหรือให้เลขหมาย ก็ต้องเป็นอุปกรณ์ที่คาดว่าจะเกิดปัญหาได้ เช่น หุ่นยนต์ตัดหญ้า หากมีการผิดพลาดขณะตัดหญ้าแล้วสร้างความเสียหายให้กับสิ่งของรอบข้าง การมีหมายเลขกำกับก็จะทำให้รู้ได้ว่าหุ่นยนต์ดังกล่าวเป็นของใคร” นายก่อกิจ กล่าว

นายก่อกิจ กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม หากบริษัทเอกชนรายหนึ่งรายใดต้องการเป็นผู้ให้บริการหรือวางระบบสื่อสารที่มีอุปกรณ์ไอโอที ให้บริการแก่ลูกค้าเชิงพาณิชย์ บริษัทจำเป็นต้องมาขอใบอนุญาตประกอบกิจการกับ กสทช.ก่อน ซึ่งขณะนี้มีบริษัทที่มีใบอนุญาตสามารถให้บริการได้แล้วจำนวน 3 ราย คาดว่าน่าจะมีเพิ่มขึ้นในอนาคตอย่างแน่นอน

นอกจากนี้ กสทช. ยังได้ปรับประกาศเกี่ยวกับมาตรการคุ้มครองสิทธิของผู้ใช้บริการโทรคมนาคมเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล สิทธิในความเป็นส่วนตัว และเสรีภาพในการสื่อสารถึงกันโดยทางโทรคมนาคม เพื่อให้ผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือ (โอเปอเรเตอร์) สามารถนำข้อมูลแบบไม่ระบุตัวตน เช่น พฤติกรรมการใช้งานในภาพรวม เป็นต้น มาวิเคราะห์เพื่อใช้ประโยชน์ทางการค้าได้ เพราะเมื่อเทคโนโลยี 5G มา อุปกรณ์ไอโอที จะเป็นเครื่องมือสำคัญในการเก็บข้อมูลเพื่อนำมาใช้ประโยชน์ทางธุรกิจ จึงจำเป็นต้องแก้ประกาศให้โอเปอเรเตอร์สามารถใช้ข้อมูลเพื่อธุรกิจได้ แต่ต้องห้ามละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลที่ระบุชัดถึงตัวบุคคลใดบุคคลหนึ่งเป็นอันขาด รวมถึงการปรับให้สอดรับกับพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลด้วย

Advertisement

ขณะเดียวกัน เรื่องความปลอดภัยไซเบอร์ก็เป็นสิ่งจำเป็นที่ กสทช. ต้องดูแลในฐานะเป็นผู้กำกับดูแลด้านโทรคมนาคม โดย กสทช.ต้องทำงานร่วมกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ในการประสานการทำงานร่วมกันเพื่อให้เป็นไปตามแนวทางของ พ.ร.บ.การรักษาความปลอดภัยมั่นคงไซเบอร์ เมื่อระบบล่ม หรือ ถูกโจมตี ต้องสามารถดำเนินการตามมาตรการที่กฎหมายกำหนดไว้ได้เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายต่อประเทศ