หน้าแรก เศรษฐกิจ รถยนต์ ปอร์เช่ ไทคาน...

ปอร์เช่ ไทคานน์ 4 เอส รถสปอร์ตพลังไฟฟ้า

17.12.19 | 13:00 น.

รายงานข่าวจากเมืองสตุ๊ทการ์ท เยอรมนี แจ้งว่า เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา ปอร์เช่ได้เผยโฉมรถสปอร์ตพลังงานไฟฟ้าสมบูรณ์แบบคันแรกของแบรนด์ด้วยการเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่พร้อมกัน 3 ทวีป และตอนนี้ปอร์เช่พร้อมนำเสนอ ไทคานน์ 4 เอส (Taycan 4S) สปอร์ตซาลูนเวอร์ชั่นล่าสุด ออกสู่สายตาสาธารณชน โมเดลใหม่เพิ่มเติมทางเลือกหลากหลายจากชุดแบตเตอรี่ ขับเคลื่อน 2 ขนาดความจุ ได้แก่ ชุด เพอร์ฟอร์แมนซ์ แบตเตอรี่ (Performance battery) ให้พละกำลังสูงสุดตั้งแต่ 530 แรงม้า (390 กิโลวัตต์) หรือสัมผัสพลังแรงยิ่งขึ้นจากชุดเพอร์ฟอร์แมนซ์ แบตเตอรี่ พลัส (Performance battery Plus) ให้พละกำลัง 571 แรงม้า (420 กิโลวัตต์)

ปอร์เช่ ไทคานน์ 4 เอส รับหน้าที่เป็นรุ่นพื้นฐาน ตามติดพี่น้องร่วมสายพันธุ์สปอร์ตอย่าง ไทคานน์ เทอร์โบ เอส (Taycan Turbo S) และ ไทคานน์ เทอร์โบ (Taycan Turbo) ตอบสนองความต้องการด้วยชุดขับเคลื่อนระดับเริ่มต้นด้วย ซิงเกิล-เดค เพอร์ฟอร์แมนซ์ แบตเตอรี่ (single-deck Performance Battery) ความจุพลังงานรวม 79.2 กิโลวัตต์ชั่วโมง และยกระดับความแรงด้วยชุดขับเคลื่อน ทู-เดค เพอร์ฟอร์แมนซ์
แบตเตอรี่ พลัส (two-deck Performance Battery Plus) ให้พละกำลังใกล้เคียงกับ ไทคานน์ เทอร์โบ เอส และ ไทคานน์ เทอร์โบ เป็นอุปกรณ์พิเศษติดตั้งเพิ่มเติม ให้ความจุพลังงานรวม 93.4 กิโลวัตต์ชั่วโมง

สมรรถนะและพิสัยการเดินทางขึ้นอยู่กับขนาดความจุของแบตเตอรี่ขับเคลื่อน ปอร์เช่ ไทคานน์ 4 เอส ที่ติดตั้งชุด Performance Battery ให้พละกำลังสูงสุด 530 แรงม้า (390 กิโลวัตต์) เพิ่มประสิทธิภาพเมื่อติดตั้งชุด Performance Battery Plus ให้พละกำลังสูงสุดถึง 571 แรงม้า (420 กิโลวัตต์)

ทั้งนี้ไม่ว่าจะเป็นแบตเตอรี่ชุดใดก็ตาม ปอร์เช่ ไทคานน์ 4 เอส (Porsche Taycan 4S) สามารถสร้างอัตราเร่งจากจุดหยุดนิ่งไปถึงระดับ ความเร็ว 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ภายในระยะเวลา 4.0 วินาที ความเร็วสูงสุดกว่า 250 กิโลเมตรต่อ ชั่วโมง พิสัยเดินทางสูงสุดเป็นระยะทางกว่า 407 กิโลเมตร สำหรับรุ่นที่ติดตั้งชุด Performance Battery และวิ่งได้ไกลขึ้นถึง 463 กิโลเมตร สำหรับรุ่นที่ติดตั้งชุด Performance Battery Plus (ทดสอบตามมาตรฐาน WLTP) เป็นระยะทางที่ไกลที่สุด เมื่อเปรียบเทียบกับ ไทคานน์ทุกรุ่นที่จำหน่ายในปัจจุบัน ในส่วนของประสิทธิภาพการประจุพลังงานสูงสุด หรือ แม็กซิมั่ม ชาร์จจิ้ง คาแพคซิตี้ (maximum charging capacity) หรือพีค (peak) อยู่ที่ 225 กิโลวัตต์ (ชุด Performance Battery) หรือ 270 กิโลวัตต์ (ชุด Performance Battery Plus)

Advertisement

อัตราเร่ง พละกำลังมหาศาล เป็นคุณสมบัติประจำตัวของสายพันธุ์สปอร์ต ถ่ายทอดพลังขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่อง น้องใหม่ภายใต้ชื่อ 4 เอส (4S) ยังคงรักษาเอกลักษณ์ทั้งหมดของปอร์เช่ ไทคานน์ เอาไว้อย่างครบถ้วน

กลไกขับเคลื่อนสมรรถนะสูง เพอร์มาเนนท์ลี่ เอ็กไซท์ ซิงโครนัส แมชชีน (permanently excited synchronous machine) บริเวณเพลา คู่หลังมีความยาวเพียง 130 มิลลิเมตร มีขนาดเล็กกว่ากลไกขับเคลื่อนที่ติดตั้งใน ไทคานน์เทอร์โบ เอสและ ไทคานน์ เทอร์โบ (Taycan Turbo) ถึง 80 มิลลิเมตร ในส่วนของอุปกรณ์ พัลส์-คอนโทรล อินเวอร์เตอร์ (pulse-controlled inverter) ติดตั้งบริเวณเพลาคู่หน้าของ ไทคานน์ 4S สามารถสร้างกระแสไฟฟ้าได้สูงสุดถึง 300 แอมป์ และอินเวอร์เตอร์ ของเพลาคู่หลัง สร้างกระแสไฟฟ้าได้สูงสุดถึง 600 แอมป์

การประสานงานกันของอุปกรณ์ permanently excited synchronous machines ระหว่าง เพลาขับคู่หน้า และคู่หลัง คือการทำงานของระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ออล-วีล-ไดรฟ์ (all-wheel drive) ถ่ายทอดพละกำลังอย่างเต็มประสิทธิภาพ ผ่านชุดส่งกำลัง ทู-สปีด ทรานส์มิสชั่น (two-speed transmission) ของเพลาคู่หลัง เป็นสถาปัตยกรรมระบบขับเคลื่อน เช่นเดียวกันกับพี่น้องร่วมสายพันธุ์ พร้อมระบบประจุพลังงานและด้วยค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทาน Cd ต่ำเพียง 0.22 รวมทั้งระบบอากาศพลศาสตร์ ออกแบบรูปทรงตัวถัง ผลลัพธ์ที่ได้คืออัตราการใช้พลังงานไฟฟ้าและพิสัยระยะเดินทางได้ไกล งานออกแบบภายนอกรักษาอัตลักษณ์ของ DNA ปอร์เช่เอาไว้ เช่นเดียวกับงานตกแต่งภายในห้องโดยสารยึดถือบรรยากาศโอบล้อมผู้ขับขี่สไตล์ปอร์เช่

รูปลักษณ์ภายนอกสะท้อนภาพ DNA ปอร์เช่

ปอร์เช่ ไทคานน์ (Porsche Taycan) แสดงให้เห็นถึงการเข้าสู่ยุคใหม่ของปอร์เช่ แนวหลังคาสไตล์สปอร์ตเทลาดลงอย่างต่อเนื่องกลมกลืนจรดด้านท้าย แนวตัวถังด้านข้าง บุคลิกเฉพาะตัว แนวโค้งของเสา ซี-พิลลาร์ (C-pillar) วางตัวผสานกับซุ้มล้อหลังเป็นหนึ่งเดียวกับสปอยเลอร์ท้ายรถ เสริมนวัตกรรมล้ำ อาทิ ตราสัญลักษณ์ปอร์เช่สะท้อนประกาย หรือกลาส-เอฟเฟ็กต์ ปอร์เช่ โลโก้ (glass-effect Porsche logo) เป็นอุปกรณ์รวมอยู่กับแผงไฟ ไลท์ บาร์ (light bar) บริเวณท้ายรถ

ความแตกต่างระหว่าง ปอร์เช่ ไทคานน์ 4 เอส เมื่อเปรียบเทียบกับรุ่น เทอร์โบ และ เทอร์โบ เอส ได้แก่ ล้ออัลลอยออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์ ขนาด 19 นิ้ว ลาย ไทคานน์ เอส แอโร่ (Taycan S Aero) คาลิเปอร์เบรกสีแดงทั้ง 4 ล้อ ชิ้นส่วนตัวถังด้านหน้าดีไซน์ใหม่ ชายล่างด้านข้าง และดิฟฟิวเซอร์หลังสีดำ เสริมอารมณ์สปอร์ต ไฟหน้า แอลอีดี พร้อมระบบ ปอร์เช่ ไดนามิก ไลท์ ซิสเทม พลัส (Porsche Dynamic Light System Plus -PDLS Plus) ติดตั้งเป็นอุปกรณ์ มาตรฐาน

ภายในห้องโดยสารจัดวางอุปกรณ์รายรอบ แผงหน้าปัดทรงโค้งมนในตำแหน่งบน สุดของแผงคอนโซลหน้า ให้มุมมองชัดเจนจากสายตาของผู้ขับขี่ คอนโซลกลางติดตั้งหน้าจอ อินโฟเทนเมนต์ (infotainment) ขนาดใหญ่ 10.9 นิ้ว พร้อมหน้าจอสำหรับผู้โดยสารตอนหน้าเป็นอุปกรณ์พิเศษติดตั้งเพิ่มเติม ด้วยแผ่นกระจกให้สัมผัสสไตล์ แบล๊ก-พาเนล (black-panel) ภายในมาตรฐานของปอร์เช่ ไทคานน์ 4 เอส ใช้วัสดุหนังคุณภาพสูงและติดตั้งเบาะนั่งคู่หน้าแบบ คอมฟอร์ท ซีทส์ (comfort seats) ปรับระดับด้วยไฟฟ้า 8 ทิศทาง

สำหรับ ไทคานน์ ปอร์เช่ นำเสนอมิติใหม่ของงานตกแต่งภายในปราศจากการใช้วัสดุหนังเป็นครั้งแรก ชิ้นงานภายในประกอบด้วยนวัตกรรมวัสดุรีไซเคิล ตอบโจทย์แนวคิดการพัฒนารถสปอร์ตพลังงานไฟฟ้าอย่างยั่งยืน

ระบบ ปอร์เช่ โฟร์ดี-คลาสสิก คอนโทรล (Porsche 4D-Chassis Control) รับบทบาทวิเคราะห์ และประมวลผลข้อมูลจากระบบควบคุมช่วงล่าง ทั้งหมดในแบบเรียลไทม์ (real time)

ปอร์เช่ ไทคานน์ 4 เอส ติดตั้งระบบช่วงล่างถุงลมปรับระดับอัตโนมัติ อแดพทีฟ แอร์ ซัสเพนชั่น (adaptive air suspension) พร้อมเทคโนโลยี ทรี-แชมเบอร์ (three-chamber) รวมทั้งระบบ PASM (Porsche Active Suspension Management) เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน

ปอร์เช่ ไทคานน์ 4 เอส มาพร้อมระบบเบรกคู่หน้าคาลิเปอร์ 6 ลูกสูบ จานเบรกเหล็กหล่อพร้อมครีบ ระบายความร้อน เส้นผ่านศูนย์กลาง 360 มิลลิเมตร ระบบเบรกคู่หลังคาลิเปอร์ 4 ลูกสูบ จานเบรกเส้นผ่านศูนย์กลาง 358 มิลลิเมตร ตัวเรือนคาลิเปอร์เบรกสีแดง

ปอร์เช่ ไทคานน์ 4 เอส ติดตั้งชุด Performance Battery อัตราการใช้พลังงานไฟฟ้าเฉลี่ย 24.6 กิโลวัตต์ชั่วโมงต่อระยะทาง 100 กิโลเมตร อัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 0 กรัมต่อกิโลเมตร

ปอร์เช่ ไทคานน์ 4 เอส ติดตั้งชุด Performance Battery Plus อัตราการใช้พลังงานไฟฟ้าเฉลี่ย 25.6 กิโลวัตต์ชั่วโมงต่อระยะทาง 100 กิโลเมตร อัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 0 กรัมต่อกิโลเมตร