หน้าแรก เศรษฐกิจ ไตรภาคียางโลก...

ไตรภาคียางโลก เห็นพ้องลดผลิต-เพิ่มใช้ในประเทศ พร้อมเตือนเฝ้าระวังโรคใบร่วง

16.12.19 | 12:54 น.

นายระพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร(สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงผลการประชุมสภาไตรภาคียางระหว่างประเทศ(ไอทีอาร์ซี)ครั้งที่ 33 ณ กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย ช่วงวันที่ 2-5 ธันวาคมที่ผ่านมา ว่า ในการประชุมครั้งนี้ ประเทศสมาชิกสภาไตรภาคีฯทั้ง 3 ประเทศ ได้แก่ ไทย อินโดนีเซีย และมาเลเซีย ได้บรรลุเป้าหมาย ในประเด็นการลดปริมาณผลผลิตยางพารา ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายแผนยุทธศาสตร์ยางพาราในระยะ 20 ปีของไทย รวมทั้งประเทศสมาชิกสามารถบรรลุเป้าหมายของมาตรการการเพิ่มปริมาณการใช้ยางพาราในแต่ละประเทศ โดยแต่ละประเทศมีสัดส่วนการใช้ยางต่อปริมาณผลผลิตในประเทศ ดังนี้ มาเลเซีย มีสัดส่วน 78.36% อินโดนีเซีย มีสัดส่วน 19.37% และไทย มีสัดส่วน18.93%

นายระพีภัทร์ กล่าวว่า หากพิจารณาถึงอัตราการขยายตัวของการใช้ยางในประเทศ พบว่าไทยมีการใช้ยางในประเทศเพิ่มขึ้นสูงถึง 18.53%เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมาเป็นผลมาจากมาตรการต่างๆ ที่ภาครัฐได้ดำเนินการ เช่น การทำถนนที่มียางพาราเป็นส่วนผสมการแปรรูปผลิตภัณฑ์ยางเพื่อเพิ่มมูลค่า เป็นต้น ขณะที่อินโดนีเซียมีอัตราการใช้เพิ่มขึ้น 0.55% และมาเลเซียมีอัตราการใช้ลดลง 2.60% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยทั้ง 3 ประเทศ เห็นด้วยกับมาตรการส่งเสริมการใช้ยางในประเทศ รวมถึงมาตรการส่งเสริม สนับสนุนแหล่งเงินทุนอย่างต่อเนื่องแก่เกษตรกร สถาบันเกษตรกร และผู้ประกอบการ เพื่อความยั่งยืนของอุตสาหกรรมยางพารา

นายระพีภัทร์ กล่าวว่า ผู้แทน สศก. ได้เสนอประเด็นเกี่ยวกับการระบาดของโรคใบร่วงยาง เพื่อขอความเห็นให้ประเทศสมาชิกร่วมมือหาแนวทางแก้ไขปัญหา ซึ่งขณะนี้ผลผลิตของประเทศสมาชิกที่เป็นแหล่งผลิตหลักของโลก โดยอินโดนีเซียได้รับผลกระทบมากที่สุด จำนวน 2.38 ล้านไร่ ไทยได้รับผลกระทบกว่า 300,000 ไร่ และมาเลเซียกว่า 30,000 ไร่ คาดว่าผลกระทบจากโรคดังกล่าวในกรณีรุนแรงที่สุดทำให้ผลผลิตลดลง 70-90% และในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบปานกลางทำให้ผลผลิตลดลง 30-50% โดยในปี 2562 ประเทศสมาชิกไอทีอาร์ซี ได้คาดการณ์ผลผลิตยางพาราลดลงถึง 800,000 ตัน จากการระบาดของโรคใบยางร่วงดังกล่าว รวมถึง ปัจจัยสภาพอากาศ เศรษฐกิจโลก และสงครามการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐฯ ซึ่งคาดว่าจะมีผลต่อราคายางในตลาดโลก