นางดวงกมล เจียมบุตร ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือจีไอที เปิดเผยว่า วันที่ 17 ธันวาคม จีไอทีร่วมมือกับสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ(องค์การมหาชน) จัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ “การยกระดับสมรรถนะบุคลากรในสาขาวิชาชีพอัญมณี เครื่องประดับ และโลหะมีค่า” เพื่อร่วมมือกันในการศึกษาวิจัยและพัฒนาหลักสูตร ที่จะนำมาใช้ในการรับรองคุณวุฒิวิชาชีพให้กับนักอัญมณีศาสตร์ นักโลหะศาสตร์ และช่างฝีมือด้านอัญมณีและเครื่องประดับของไทย ซึ่งจะช่วยให้อุตาสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับมีความเข้มแข็ง มีความน่าเชื่อถือ และช่วยหนุนให้ไทยเป็นศูนย์กลางการค้าอัญมณีและเครื่องประดับของโลก
นางดวงกมล กล่าวว่า นอกจากนี้ ยังจะมอบใบรับรองคุณวุฒิวิชาชีพให้กับช่างอัญมณีและเครื่องประดับ ซึ่งที่ผ่านมา บางคนอาจจะไม่มีวุฒิการศึกษา แต่มีประสบการณ์จากการทำงาน ถือว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง ก็จะมอบใบรับรองคุณวุฒิวิชาชีพให้ด้วย ทำให้ช่างฝีมือเหล่านี้ ได้รับการยอมรับเพิ่มมากขึ้น ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวสอดคล้องกับนโยบายที่จีไอทีจะดำเนินการในปี 2563 โดยจะจัดทำมาตรฐานใน 3 ด้าน คือ มาตรฐานระบบการบริหารงานห้องปฏิบัติการ มาตรฐานการตรวจสอบอัญมณีและเครื่องประดับ และมาตรฐานนักอัญมณีและนักวิเคราะห์โลหะ
นายนพดล ปิยะตระภูมิ รองผู้อำนวยการสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ กล่าวว่า จะเข้ามาช่วยจีไอทีในการให้การรับรองคุณวุฒิให้กับผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับ เพราะที่ผ่านมา คนเก่งๆ ในอุตสาหกรรม อาจไม่มีวุฒิด้านการศึกษา แต่มีความเชี่ยวชาญในงานที่ทำ จึงเอามาตรฐานมาเป็นตัวจับ แล้วมอบคุณวุฒิวิชาชีพให้ เหมือนกับใบประกอบวิชาชีพที่จะเป็นเครื่องยืนยันว่าคนๆนี้ เป็นผู้มีความเชี่ยวชาญ มีความรู้ ความสามารถ และสินค้าที่ผ่านการตรวจสอบ หรือผ่านการผลิตจากคนที่ได้รับการรับรอง จะถือว่าเป็นของดี มีคุณภาพ ทำให้เกิดความเชื่อมั่น
“ระดับการรับรองคุณวุฒิวิชาชีพ เรามีตั้งแต่ระดับ 1-8 ถ้าระดับ 1 ก็ปกติ แต่ถ้าถึงระดับ 8 ถือว่าดีที่สุดในโลก อย่างคนในอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับ พวกนักอัญมณีศาสตร์ นักโลหะศาสตร์ หรือช่างฝีมือ คนเหล่านี้ น่าจะอยู่ในระดับ 5 6 7 หรือ 8 เพราะเป็นคนเก่ง ไม่งั้นสินค้าไทยคงไม่ได้รับการยอมรับเหมือนทุกวันนี้ ซึ่งสถาบันฯ หวังว่า ความร่วมมือในครั้งนี้ จะช่วยส่งเสริมและพัฒนาอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับของไทยให้เป็นที่ยอมรับมากขึ้น”นายนพดลกล่าว

