นายกีรติ รัชโน อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ(คต.) กระทวงพาณิชย์ กล่าวถึงความคืบหน้าการหารือกับสหรัฐฯในประเด็นการระงับสิทธิพิเศษทางภาษี(GSP) เป็นการตัดสิทธิชั่วคราว ครอบคลุมสินค้าอุปโภคบริโภค 573 รายการ หรือ 1 ใน 3 ของสินค้าจีเอสพีไทยไปสหรัฐฯ คิดเป็นมูลค่าประมาณ 4 หมื่นล้านบาท ซึ่งสหรัฐฯเปิดเจรจาภายใน 6 เดือนก่อนจะใช้มาตรการเดือนเมษายน 2563 นั้น เรื่องนี้มีการดำเนินการคู่ขนานใน 2 ด้าน คือ การหารือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของไทยกับเรื่องที่สหรัฐฯต้องการให้ชี้แจง เช่น เรื่องแรงงานของกระทรวงแรงงาน เรื่องต้องการให้ไทยนำเข้าสุกรของกรมปศุสัตย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นต้น ก็จะมีการตารางการเจรจา และคาดว่าจะมีการพบปะครั้งแรกระหว่างผู้แทนการค้าสหรัฐฯกับหน่วยงานไทยในเดือนมกราคม 2563
นายกีรติ กล่าวว่า ส่วนอีกเรื่องเป็นการเตรียมความพร้อมมาตรการดูแลผู้ประกอบการโดยเฉพาะเอสเอ็มอีหากต้องได้รับผลกระทบถูกตัดจีเอสพี ซึ่งกรมอยู่ระหว่างการหารือและรวบรวมข้อมูลของกลุ่มสินค้าที่สหรัฐจะประกาศตัดจีเอสพี 12 กลุ่มสินค้า ก่อนหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการดูแลลดความเดือดร้อนต่อไป โดยได้มีการจัดส่งหนังสือถึงสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) และ หอการค้าไทย ในการรวบรวมปัญหาและข้อเสนอแนะก่อนมาหารือเป็นรายอุตสาหกรรม
” มาตรการที่จัดเตรียมจะเป็นการมาตรการที่สอดคล้องกับความต้องการของแต่ละกลุ่มสินค้า ไม่เป็นมาตรการเดียวกันทั้งหมด โดยได้ทยอยเรียกหารือในแต่ละกลุ่มแล้ว เช่น เกษตรกร เซรามิก เป็นต้น รวมถึงหารือหลายหน่วยงานในการออกมาตการช่วยเหลือ เน้นในเรื่องการลดต้นทุนและพัฒนาสินค้าเพื่อให้เกิดการแข่งขันที่สูงขึ้น เบื้องต้นไม่อาจระบุได้ว่ากลุ่มสินค้าใดจะได้รับการทบทวนหรือได้คืนจีเอสพี ซึ่งทุกหน่วยงานพยายามดูแลอย่างเต็มที่ เรื่องนี้บางกลุ่มสินค้าที่ระบุว่ามีการเสียภาษีเพิ่มอีก 4-5% ไม่ได้รับผลกระทบมากเท่าผลกระทบจากค่าเงินบาทแข็ง ที่ไม่อาจแข่งขันได้กับสินค้าทั้งหมด เป็นเรื่องที่เอกชนกังวลมากในเวลานี้ ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ก็ได้นำเรื่องความกังวลเรื่องนี้ส่งให้ธปท.แล้ว ส่วนผลสรุปเรื่องจีเอสพีน่าจะมีความชัดเจนหลังเดือนมีนาคมปีหน้า ก่อนมีผลบังคับใช้เดือนเมษายน ” นายกีรติ กล่าว

