‘พุทธิพงษ์’ยันดันแคท-ทีโอที ร่วมวงประมูล 5G ถ้าขัดกม.รับผิดชอบเอง

18.12.19 | 17:23 น.

‘พุทธิพงษ์’ยันดันแคท-ทีโอที ร่วมวงประมูล 5G ถ้าขัดกม.รับผิดชอบเอง

วันที่​ 18 ธ.ค. 62 ที่โรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ กรุงเทพฯ นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เปิดเผยในงานสัมมนา 5G The New Beginning พลิกโฉมเศรษฐกิจไทยว่า ปฏิเสธไม่ได้ว่าปัจจุบันโลกได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก ซึ่ง​หากเทียบกับปีก่อนหลายคนอาจคิดว่า 5G คงไม่เข้ามามีบทบาทมากขนาดนี้ โดยจะเข้ามาปฏิวัติ​อุตสาหกรรม​ครั้งใหญ่​ และมีประโยชน์มหาศาลในหลายส่วน เช่น ภาคการสาธารณสุข และระบบขนส่ง เป็นต้น ซึ่งล้วนเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญกับประชาชนที่จะเข้ามามีบทบาทในการลดความเหลื่อมล้ำในสังคม ดังนั้น จึงเป็นคำตอบของหลายคำถามที่ว่า ทำไมภาครัฐจึงต้องผลักดันรัฐวิสาหกิจอย่าง บริษัท​ กสท โทรคมนาคม​ จำกัด (มหาชน)​ หรือแคท และบริษัท ทีโอที​ จำกัด (มหาชน)​ หรือทีโอที เข้าร่วมการประมูลคลื่นความถี่เพื่อรองรับ 5G ครั้งนี้

นายพุทธิพงษ์ กล่าวว่า จากเรื่องนี้ พบว่า มีผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ (โอเปอเรเตอร์) อย่างน้อย 2 รายเป็นกังวล จึงขอตั้งคำถามว่า คลื่นความถี่เพื่อรองรับ 5G ที่จะนำมาต่อยอดใช้งานให้เกิดประโยชน์กับหลายส่วนนั้น เอกชนยืนยันได้หรือไม่ว่าจะเปิดให้ประชาชนหรือภาคส่วนนั้นๆ ได้ใช้งานโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ซึ่งถ้าภาคเอกชนรับปากก็ยินดีที่จะให้แคท และทีโอที ถอนตัวจากการประมูลครั้งนี้

“ส่วนตัวเคยคิดว่า ถ้าปัจจุบันยังมีอำนาจตามมาตรา 44 จะขอแบ่งคลื่นความถี่บางส่วนจาก กสทช. มาให้รัฐวิสาหกิจ นำมาให้บริการกับประชาชนและด้านสังคม แต่ในความเป็นจริงไม่สามารถทำได้ ส่วนที่มีคนเตือนว่า การเปิดให้รัฐวิสาหกิจเข้าประมูลแข่งขันกับเอกชนเป็นการกระทำขัดต่อรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 ซึ่งเรื่องนี้ได้ทำการศึกษาแล้ว พบว่า หากเป็นเรื่องที่เหตุผลเพียงพอ และเป็นประโยชน์ต่อสังคมสามารถทำได้ ฉะนั้น หากการกระทำดังกล่าวมีความผิด จะขอรับผิดชอบเอง” นายพุทธิพงษ์ กล่าว

นายพุทธิพงษ์ กล่าวว่า ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 17 ธันวาคมที่ผ่านมา มีการประชุม​ร่วม 4 ฝ่าย ได้แก่ กรรมการผู้จัดการใหญ่ทีโอที, กรรมการผู้จัดการใหญ่แคท, สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจทีโอที และสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจแคท ครั้งสุดท้าย ซึ่งได้ข้อสรุปการควบรวบกิจการแคท และทีโอที เป็นบริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด หรือเอ็นที แล้ว ทั้งนี้ ถ้าไม่มีข้อผิดพลาดคาดว่า จะนำเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันที่ 24 ธันวาคม 2562

Advertisement