‘เฉลิมชัย’หารือประมง 22 จว.ราบรื่น เร่งแก้ปัญหาทั้งระบบ
นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังหารือร่วมกับสมาคมประมงแห่งประเทศไทย และพี่น้องชาวประมง 22 จังหวัด ณ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ว่า ตามที่ได้มีการยื่นข้อเสนอการแก้ไขปัญหาของการประมง ทั้ง 11 ข้อ สามารถหาข้อสรุปได้ในหลายประเด็น ได้แก่ การนำเรือออกนอกระบบ ได้มีการพูดคุยสร้างความเข้าใจว่ารัฐบาลได้ตั้งงบประมาณของปี 2563 ไว้แล้ว และนอกเหนือจากนั้น เรือที่มีการขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้องตามกฎหมาย จะดำเนินเสนองบประมาณไปที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ซึ่งในขณะนี้กระทรวงเกษตรฯ ได้ดำเนินการไว้แล้ว และรอ พรบ.งบประมาณผ่านก่อน
นายเฉลิมชัย กล่าวต่อว่า การเพิ่มวันทำการประมง ได้มีการนำวันทำการประมงที่เหลือออกมาหาค่าเฉลี่ยให้กับชาวประมง ขณะนี้ได้มอบหมายให้กรมประมงไปทบทวนในรายละเอียด ในเบื้องต้นคาดว่าจะสามารถเพิ่มในกรณีอวนลากจำนวน 30 วัน และในกรณีเรือทั่วไปจะไม่มีการจำกัดจำนวนวันทำการประมง ในส่วนเรือที่มีอัตราต่ำกว่า 30 ตันกรอส กรมประมงยืนยันว่ายังไม่มีนโยบายให้ติดตั้งระบบติดตามเรือประมง (วีเอ็มเอส) และได้ทำความเข้าใจกับพี่น้องชาวประมงแล้ว สำหรับวีเอ็มเอส ที่มีการติดตั้งไปแล้วให้สามารถใช้ต่อได้ ส่วนเรื่องน้ำมันเขียว ได้มีการประสานงานกับอธิบดีกรมสรรพสามิตแล้ว ซึ่งได้รับการชี้แจงว่าเป็นเพียงแนวคิด ยังไม่มีการดำเนินการใดๆ ทั้งสิ้น
นายเฉลิมชัย กล่าวต่อว่า ส่วนในเรื่องสินเชื่อสภาพคล่อง ได้มีการนำเสนอไปถึงเลขาธิการคณะรัฐมนตรีแล้ว ซึ่งได้นำเอกสารให้กับนายกสมาคมประมงแห่งประเทศไทย เพื่อไปชี้แจงต่อชาวประมงให้เกิดความสบายใจ ขณะที่ การจ่ายเงินผ่านบัญชี ทางกรมสวัสดิการรับไปดำเนินการ รวมทั้งมาตรา 83 ที่จะมีการประชุมอนุกรรมการฯ ในครั้งนี้และจะมีการประชุมคณะกรรมการชุดใหญ่ โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานเป็นประธานในวันที่ 25 ธันวาคมนี้, การแก้ไข พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) การประมง จะมีการตั้งคณะกรรมการร่วมกันในการพิจารณาว่ามีส่วนไหนที่เป็นผลกระทบและอยู่ภายใต้เงื่อนไขของ การแก้ปัญหาการประมงที่ผิดกฏหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม (ไอยูยู)
นายเฉลิมชัย กล่าวต่อว่า ส่วนเรื่องการออกกฎหมายที่มีผลกระทบต่อชาวประมง ขอยืนยันว่ากระทรวงเกษตรฯ ไม่มีการออกกฎหมายที่มีผลกระทบ หากมีจะเป็นการแก้ไขในบางส่วนที่จะเป็นประโยชน์ต่อชาวประมงทั้งหมด ทั้งประมงพื้นบ้านและประมงพาณิชย์ด้วย ในส่วนของตั้งคณะทำงานการเยี่ยวยาผลกระทบที่ชาวประมงได้รับ ได้มีมติให้ตั้งคณะกรรมการร่วมขึ้นมา และการแก้ไขกฎหมายต่างๆ ซึ่งจะมีระยะเวลาในการดำเนินการ 45 วัน
“การหารือในครั้งนี้ เป็นไปด้วยความราบรื่น ทุกฝ่ายมีความพึงพอใจและเป็นที่ยอมรับทั้งส่วนราชการและพี่น้องชาวประมงทั้งหมด ผมขอยืนยันว่าจะดำเนินการภายใต้กฎหมายของ ไอยูยู ที่สามารถผ่อนผันได้ และไม่อยู่ในกติกา กระทรวงเกษตรฯ จะเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหา เพื่อช่วยเหลือพี่น้องชาวประมงทั้งระบบต่อไป” นายเฉลิมชัยกล่าว


