‘เอไอเอส’ชี้’แคท-ทีโอที’ไม่ควรเข้าร่วมประมูล5G แนะทำโครงสร้างพื้นฐานดีกว่า
เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2562 ที่โรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ กรุงเทพฯ นายวีรวัฒน์ เกียรติพงษ์ถาวร รองกรรมการผู้อำนวยการ อาวุโส ส่วนงานปฏิบัติการ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือเอไอเอส เปิดเผยในงานสัมมนา 5G The New Beginning พลิกโฉมเศรษฐกิจไทยว่า ในอีก 2-3 ปีการเชื่อมต่อในภูมิภาคเอเชียจะมากกว่าทุกทวีปรวมกัน ซึ่งเฉพาะประเทศจีนประเทศเดียวจะเป็นเบอร์ 1 คือมากกว่า 10 ประเทศรวมกัน
นายวีรวัฒน์ กล่าวว่า เอไอเอส สนับสนุนนโยบายของรัฐบาลอย่างเต็มที่ แต่ยังเป็นห่วงเรื่องความพร้อมของระบบนิเวศน์ ขณะเดียวกัน จึงมีข้อเสนอแนะใน 3 เรื่อง ได้แก่ 1.คลื่นความถี่ย่าน 700 เมกะเฮิรตซ์ มีการจัดการประมูลไปแล้ว ซึ่งขณะนี้ก็ยังไม่ได้ใช้งาน โดยจะสามารถใช้งานได้ใช้ในอีก 2 ปีข้างหน้า ดังนั้น จึงไม่ควรรีบจัดการประมูล ส่วนคลื่นความถี่ย่าน 1800 เมกะเฮิรตซ์ ที่เหลืออยู่ 35 เมกะเฮิรตซ์ ราคาการประมูลครั้งล่าสุดเป็นราคาที่สูงมาก แต่ยังเลือกที่จะนำมาประมูลครั้งนี้อีก แล้วผู้เข้าประมูลรายใดจะสนใจ ขณะที่ คลื่นความถี่ย่าน 2600 เมกะเฮิรตซ์ ถือได้ว่าเป็นคลื่นความถี่ที่ดีที่สุด แต่ยังมีความเหมาะสมไม่เท่าคลื่นความถี่ย่าน 3500 เมกะเฮิรตซ์ และคลื่นความถี่ย่าน 26 กิกะเฮิรตซ์ ระบบนิเวศน์ยังไม่พร้อม อีกทั้ง คลื่นความถี่ย่าน 28 กิกะเฮิรตซ์ มีความเหมาะสมกว่า
2.สำหรับรูปแบบการประมูล เอไอเอสเสนอความเห็นในการเปิดรับฟังความคิดเห็นสาธารณะว่า ควรเปิดให้มีการทดลองการประมูลรูปแบบใหม่ (คล็อคอ๊อกชั่น) ก่อนการเปิดรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ 3.การเปิดให้รัฐวิสาหกิจอย่าง บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือแคท และบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) หรือทีโอที ส่วนตัวมองว่า ไม่น่าจะเข้าร่วมการประมูลเพื่อแข่งขันกับเอกชน ควรเน้นการสร้างโครงข่ายพื้นฐาน อาทิ ท่อร้อยสาย, สายเคเบิลใต้น้ำ (ซับมารีนเคเบิ้ล) และการให้บริการดาวเทียม อีกทั้ง การประมูลครั้งนี้ ยังเปิดโอกาสให้ผู้ทิ้งใบอนุญาตครั้งก่อน เข้าร่วมการประมูลได้อีก ซึ่งจริงๆ ต้องขึ้นบัญชีดำ (แบล็คลิสต์) ดังนั้น จึงเรียกร้องให้ผู้เข้าร่วมการประมูลรายใหม่ ต้องวางหลักประกัน (แบงก์การันตี) 100% ไม่ใช่แค่ 10% อย่างที่เป็นอยู่

