“สนธิรัตน์”ลั่น ม.ค.เปิดยื่นโครงการโรงไฟฟ้าชุมชน ไม่จำกัดโครงการ-เมกะวัตต์ แจงทุกพื้นที่ต้องบิดดิ้งหากเกิดการทับซ้อน ยึดเกณฑ์หลักต้องพัฒนาพื้นที่และทำให้เกิดเศรษฐกิจหมุนเวียน หวัง 6 เดือนเห็นควิกวินเกิด
นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยภายหลังเข้าเยี่ยมชมกลุ่มกิจการของบริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด(มหาชน) และโครงการ T77 Community ของแสนสิริ ที่ดำเนินการซื้อขายไฟฟ้าด้วยบล็อกเชน ของบริษัท บีซีพีจี จำกัด(มหาชน) ว่า ความคืบหน้าของการดำเนินโครงการโรงไฟฟ้าชุมชนเพื่อเศรษฐกิจฐานราก หลังจากที่คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ(กพช.) อนุมัติกรอบโครงการ ในรูปแบบโครงการผู้ผลิตไฟฟ้าขนาดเล็กมาก (วีเอสพีพี) ที่มีขนาดไม่เกิน 10 เมกะวัตต์ รวมทั้งหมด 700 เมกะวัตต์แล้วนั้น เบื้องต้นจะเร่งวางหลักเกณฑ์ และคุณสมบัติในการดำเนินงาน เพื่อเปิดรับสมัครได้ภายในเดือนมกราคม 2563 โดยจะต้องเข้ากระบวนประมูล(บิดดิ้ง)
“จะเปิดให้คนที่พร้อมยื่นรับสมัครได้ตั้งแต่มกราคม 2563 โดยไม่กำหนดเมกกะวัตต์แค่ไม่เกิน 10 เมกฯ ตามข้อกำหนด และไม่กำหนดจำนวนโครงการ ใครพร้อมก่อนสามารถยื่นเข้ามาได้ทันทีและจะพิจารณาตามข้อกำหนดต่าง ๆ โดยยึดหลักโครงการที่ให้ผลตอบแทนกับชุมชนสูงที่สุด ทำให้เกิดเศรษฐกิจหมุนเวียนได้ โดยคิดเป็น 60% ของเกณฑ์ ทุกหน่วยงานจะต้องผ่านการบิดดิ้งหมด ไม่ว่าจะเป็นโครงการที่ร่วมกันรัฐวิสาหกิจกับชุมชน หรือเอกชนกับชุมชน โดยคาดว่าภายในครึ่งปีจะเห็นโครงการควิกวิน หรือโครงการเร่งด่วนเกิดขึ้น”นายสนธิรัตน์ กล่าว
นายสนธิรัตน์กล่าวว่า โครงการโรงไฟฟ้าชุมชนเปิดกว้างให้เอกชนเข้าร่วมได้แต่ต้องจับคู่กับชุมชน กำหนดโควต้า 700 เมกะวัตต์ ประเมินแล้วจะไม่กระทบต่อภาพรวมพลังงานไฟฟ้าในระบบ โดยจะรับซื้อไฟฟ้าใน 4 ประเภทเชื้อเพลิง แบ่งเป็น 1.ชีวมวล 2.ก๊าซชีวภาพ (น้ำเสีย-ของเสีย) 3.ก๊าซชีวมวล (พืชพลังงาน 100%) และ 4.เชื้อเพลิงไฮบริดจาก 3 ประเภทเชื้อเพลิงดังกล่าว รวมกับโรงไฟฟ้าโซลาร์เซลล์ ในอัตราได้แก่ พลังงานแสงอาทิตย์ 2.90 บาท ชีวมวลที่กำลังผลิตน้อยกว่าหรือเท่ากับ 3 เมกฯ 4.8482 บาท ชีวมวลกำลังผลิตมากกว่า 3 เมกฯ 4.2636 บาท ก๊าซชีวภาพ(น้ำเสีย/ของเสีย) 3.76 บาท ก๊าซชีวภาพ (พืชพลังงาน 100%) 5.3725 บาท ก๊าซชีวภาพ พืชพลังงานผสมน้ำเสีย/ของเสีย 4.7269 บาท

