“กรมชลฯ” อัพเดตสถานการณ์อ่างเก็บน้ำล่าสุดมีอยู่ 63% ของความจุอ่าง วอนประชาชนช่วยประหยัด

18.12.19 | 22:32 น.

​ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศว่า ณ ปัจจุบัน(18 ธ.ค. 62) มีปริมาณน้ำในอ่างฯรวมกันประมาณ 47,989 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 63 ของความจุอ่างฯ เป็นน้ำใช้การได้ประมาณ 24,136 ล้าน ลบ.ม. เฉพาะ 4 เขื่อนหลักลุ่มน้ำเจ้าพระยา (เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์) มีปริมาณน้ำรวมกัน 11,352 ล้าน ลบ.ม. หรือร้อยละ 46 ของความจุอ่างฯ มีปริมาณน้ำใช้การได้รวมกันประมาณ 4,656 ล้าน ลบ.ม.
​ด้านสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลาง 43 แห่งในพื้นที่ภาคใต้ ปัจจุบันมีปริมาณน้ำในอ่างฯรวมกัน 5,928 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 67 ของความจุอ่างฯ มีปริมาณน้ำใช้การได้ 4,165 ล้าน ลบ.ม. สามารถรองรับน้ำรวมกันได้อีกกว่า 2,900 ล้าน ลบ.ม.

ดร.ทวีซักดิ์ กล่าวว่า สำหรับแผนการจัดสรรน้ำในช่วงฤดูแล้งปี 2562/2563 (ระหว่าง 1 พ.ย. 62 – 30 เม.ย. 63) เพื่อสนับสนุนการใช้น้ำในเขตชลประทาน มีปริมาณน้ำจัดสรรจากอ่างเก็บน้ำทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้น 17,699 ล้าน ลบ.ม.(น้อยกว่าปีที่แล้วประมาณ 5,401 ล้าน ลบ.ม.) เฉพาะลุ่มน้ำเจ้าพระยา 4 เขื่อนหลัก มีปริมาณน้ำจัดสรรรวมทั้งสิ้น 4,000 ล้าน ลบ.ม.(น้อยกว่าปีที่แล้ว 3,300 ล้าน ลบ.ม.) ด้านผลการจัดสรรน้ำฤดูแล้งทั้งประเทศ ปัจจุบัน (18 ธ.ค. 62) มีการใช้น้ำไปแล้ว 4,241 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 24 ของแผนจัดสรรน้ำฯ เฉพาะในเขตลุ่มน้ำเจ้าพระยา มีการใช้น้ำไปแล้ว 1,204 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 30 ของแผนจัดสรรน้ำฯที่วางไว้กรมชลประทาน ได้ให้โครงการชลประทานทุกพื้นที่ บริหารจัดการน้ำในแต่ละพื้นที่ให้เป็นไปตามแผนการจัดสรรน้ำที่วางไว้ พร้อมทั้งจัดเตรียมเครื่องจักร-เครื่องมือ ให้สามารถพร้อมใช้งานได้อยู่เสมอ กำจัดวัชพืชไม่ให้กีดขวางทางน้ำ รวมถึงตรวจสอบระบบและอาคารชลประทาน ให้สามารถรองรับสถานการณ์น้ำได้อย่างเต็มศักยภาพ นอกจากนี้ ยังบูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานในท้องที่ ประชาสัมพันธ์สถานการณ์น้ำและการดำเนินงานตามสถานการณ์จริงที่เกิดขึ้น ให้ประชาชนรับทราบและตระหนักถึงคุณค่าของน้ำอย่างต่อเนื่อง