หน้าแรก เศรษฐกิจ ไม่รอด!สรรพาก...

ไม่รอด!สรรพากรตั้งแท่นไล่ล่าภาษีค้าออนไลน์ผุดทีมส่องเฟซบุ๊คไลฟ์-ดันอีบิสซิเนสจบปี 63

19.12.19 | 15:29 น.

 

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยว่า ในปี 2563 กรมพยายามเร่งผลักดันกฎหมายเพื่อจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม(แวต) จากผู้ประกอบการธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ (อีบิสซิเนส) โดยขณะนี้กฎหมายอยู่ระหว่างการพิจารณาของกฤษฎีกาเป็นรายมาตรา ถ้าแล้วเสร็จเสนอไปยังคณะรัฐมนตรี(ครม.)เพื่อนำเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรต่อไป ซึ่งคิดว่าไม่ช้าเพราะพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีมาผลักดันเรื่องนี้ด้วยตัวเอง และคาดว่าพรรคฝ่ายค้านจะเห็นด้วย เนื่องจากการจัดเก็บภาษีดังกล่าวถือเป็นเทรนด์ของโลก

“ขณะนี้ธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์เติบโตไปมาก ผู้ประกอบการต่างชาติที่เข้ามาทำธุรกิจในไทยควรต้องเสียแวตเหมือนผู้ประกอบการไทย เป็นการสร้างความเป็นธรรมให้กับผู้ประกอบการในไทยที่เสียภาษีอย่างถูกต้อง เพื่อให้สอดคล้องกับภาษีอีบิสซิเนสกรมอยู่ระหว่างแก้ไขกฎหมาย มาตรา 10 ของกรมสรรพากร เพื่อให้สามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลกับกรมสรรพากรในต่างประเทศได้ ป้องกันการหลบเลี่ยงภาษีของบริษัทต่างชาติ”นายเอกนิติกล่าว

นายเอกนิติ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้หากผู้ประกอบการไม่ยอมเสียภาษี ในต่างประเทศมีรูปแบบการลงโทษ เช่น ปิดเว็บไซต์ ซึ่งกรมสรรพากรไม่มีอำนาจดังกล่าว ดังนั้นกฤษฎีกาเชิญให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม(ดีอีเอส) ให้เข้ามาช่วยดูว่าจะสามารถเข้าไปดำเนินการในลักษณะดังกล่าวหรือไม่  ทั้งนี้คาดว่ากฎหมายอีบิสซิเนสจะแล้วเสร็จในปี 2563 และเริ่มมีผลบังคับใช้ในปี 2564 คาดว่าในระยะแรกทำให้กรมสามารถเก็บภาษีเพิ่มขึ้น 4,000 ล้านบาท

นายเอกนิติ กล่าวต่อว่า  ในปี 2563 กรมพยายามดึงกลุ่มประกอบการนิติบุคคล บุคคลธรรมดา และกลุ่มค้าออนไลน์ที่อยู่นอกระบบภาษีให้เข้ามาอยู่ในระบบภาษีมากขึ้น เบื้องต้นตั้งเป้าเพิ่มการจัดเก็บภาษีบุคคลธรรมดาให้ได้ 11 ล้านคน จากปีงบ 2562 มีผู้ยื่นแบบแสดงรายการภาษี 10.7 ล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีก่อนมายื่นแบบ 10 ล้านคน

Advertisement

นายเอกนิติกล่าวว่า นอกจากนี้เตรียมดึงกลุ่มค้าออนไลน์ที่ยังอยู่นอกระบบภาษีให้เข้ามาอยู่ในระบบภาษี ด้วยการใช้เทคโนโลยีดึงข้อมูลจากระบบหรือ Web Scraping มาช่วยตรวจสอบกลุ่มค้าออนไลน์ ทั้งในรูปแบบที่ค้าขายปกติ และรูปแบบไลฟ์เพื่อขายสินค้า โดยในปีงบ 2562 ที่ผ่านมากรมสามารถดึงกลุ่มค้าออนไลน์อยู่นอกระบบเข้ามาเสียภาษีในระดับกว่า 1 แสนคน คิดเป็นเงินภาษีกว่า 1 พันล้านบาท ปีนี้ตั้งเป้าว่าจะทำได้ไม่น้อยกว่า 1.7 แสนรายรายได้มากกว่าในปีที่ผ่านมา

นายเอกนิติกล่าวต่อว่า ผู้ค้าออนไลน์มีรายได้เกินกว่า 1.8 ล้านบาทต่อปีต้องจดทะเบียนแวต และต้องยื่นเสียภาษีรายได้ ถ้าพบทำไม่ถูกต้อง เจ้าหน้าที่สรรพากรจะเข้าไปให้คำแนะนำถึงแนวทางเสียภาษีอย่างถูกต้อง กรมไม่ได้ต้องการไปเรียกเก็บภาษี แต่อยากให้เข้ามาในระบบให้ถูกต้อง ตามสโลแกนของกรมคือเปลี่ยนยักษ์เป็นยิ้ม นอกจากนี้ในปี 2563 คาดว่าจะเริ่มเก็บภาษีแวตกับสินค้าส่งพัสดุทางไปรษณีย์ทุกมูลค่า จากขณะนี้ยกเว้นตามกฎหมายกรมศุลกากรสำหรับสินค้าไม่เกิน 1,500 บาท เพื่อปิดช่องโหว่ในการเลี่ยงภาษีของสินค้าออนไลน์มาจากต่างประเทศ

“ไม่อยากให้ผู้ค้าออนไลน์กังวลเกี่ยวกับการเสียภาษี หากทำไม่ถูกต้องมาพูดคุยกับกรมเพื่อเสียให้ถูกต้อง กรมพร้อมให้คำแนะนำ แต่กลุ่มที่ไม่ถูกต้องและไม่ยอมเข้ามาคุยกรมเริ่มเข้าไปตรวจสอบเข้มได้มากขึ้น และขณะนี้ตั้งกองสำรวจและติดตามธุรกิจนอกระบบ เพื่อเข้าไปตรวจสอบการเสียภาษีของกลุ่มผู้ดำเนินธุรกิจและค้าขายออนไลน์ เช่นใน เฟซบุ๊คไลฟ์  อินสตาแกรม ลาซาด้า ช้อปปี้ และช่องทางการค้าขายอื่นๆ ว่า เสียภาษีอย่างถูกต้องหรือไม่