นายพิศิษฐ์ เสรีวิวัฒนา กรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (เอ็กซิมแบงก์) เปิดเผยว่า ธนาคารออกมาตรการของขวัญปีใหม่ ช่วยเอสเอ็มอีแบกรับต้นทุน ลดภาระหนี้ 2 มาตรการ ประกอบด้วย มาตรการเอ็กซิมเสริมสภาพคล่องผู้ส่งออก และมาตรการเอ็กซิมลดภาระในการชำระหนี้ วงเงินช่วยเหลือ 6,000 ล้านบาท คาดว่าจะช่วยเหลือผู้ส่งออก 750 ราย
ทั้งนี้มาตรการเสริมสภาพคล่องผู้ส่งออก ให้วงเงินเพื่อนำไปเสริมสภาพคล่อง หรือปรับปรุงเครื่องจักร โรงงาน เทคโนโลยีการผลิต เป็นต้น วงเงินสูงสุด 20 ล้านบาทต่อราย ระยะเวลาชำระคืนสูงสุด 7 ปี อัตราดอกเบี้ย ปีที่ 1-2 เท่ากับ 3.99% ต่อปี สามารถใช้หนังสือค้ำประกันของบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เป็นหลักประกันร่วมกับหลักประกันอื่น ๆ ได้ ฟรีค่าธรรมเนียมการค้ำประกันสินเชื่อผ่าน บสย. สูงสุด 4 ปี เป้าหมายวงเงินอนุมัติ 2,000 ล้านบาท
สำหรับมาตรการลดภาระในการชำระหนี้ เพื่อช่วยเหลือลูกค้า ที่ยังไม่ต้องการวงเงินเพิ่ม แต่ต้องการลดภาระในการผ่อนชำระหนี้รายงวดที่มีกับเอ็กซิมแบงก์ ทั้งเงินกู้ยืมระยะยาวและเงินกู้ยืมระยะสั้น โดยลูกค้าที่มีวงเงินกู้ยืมระยะยาวจะขยายระยะเวลาผ่อนชำระเงินกู้ได้สูงสุดไม่เกิน 2 ปี กรณีขยายระยะเวลาผ่อนชำระเงินกู้ไม่เกิน 1 ปี จะได้รับอัตราดอกเบี้ยลดลงจากเดิม 0.125% ต่อปี ส่วนลูกค้าที่มีวงเงินกู้ยืมระยะสั้นจะได้รับการเพิ่มสัดส่วนการเบิกกู้และลดอัตราดอกเบี้ย โดยเบิกกู้ได้เพิ่มสูงสุด 95% ของมูลค่า L/C และ 85% ของมูลค่า P/O พร้อมลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.125% ต่อปีเป็นระยะเวลา 1 ปี มีวงเงินสนับสนุน 4,000 ล้านบาท
นายพิศิษฐ์กล่าวต่อว่า ในปีนี้เศรษฐกิจโลกและการค้าโลกที่ขยายตัวต่ำสุดในรอบ 10 ปีอยู่ที่ 3.0% และ 1.1% ตามลำดับ ส่งผลให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีได้รับผลกระทบมาก ทั้งสองมาตรการมีระยะเวลาให้บริการตั้งแต่เดือนธันวาคม 2562 ถึง 31 ธันวาคม 2563 คาดว่าจะช่วยอัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจได้ราว 15,700 ล้านบาท ช่วยให้เกิดการจ้างงานในระบบ 5,200 ราย
“คาดว่าการส่งออกของไทยในปีนี้ ติดลบ2% ต่ำสุดรอบ 4 ปี และคาดว่าในปี 2563 น่าจะขายตัว 0-2% โดยในส่วนของสินเชื่อธนาคารคาดว่าในปีนี้โต 5-6% ต่ำสุดรอบ 4 ปี จากในปี 2561 โต 18% ในปี 2560โต 10% และในปี 2559 โต 12%”นายพิศิษฐ์กล่าว

