“จุรินทร์”คิกออฟโอนเงินส่วนต่างข้าวโพดเฉียดพันล้าน ชี้เกษตรกร5พืชเป๋าตุงรับปีใหม่2.4หมื่นล้าน

20.12.19 | 12:12 น.

ที่กระทรวงพาณิชย์ เวลา 10.30 น. นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวภายหลังเป็นประธานเปิดตัวการจ่ายเงินส่วนต่างโครงการประกันรายได้ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ว่า ตั้งแต่บ่ายของวันที่ 20 ธันวาคม ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(ธ.ก.ส.) จะเริ่มจ่ายเงินส่วนต่างประกันรายได้ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์งวดแรก ให้กับเกษตรกรที่เพาะปลูกตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคมถึง 31 พฤษภาคม 2563 และเก็บเกี่ยวตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.2562-19 ธ.ค.2562 ซึ่งมีเกษตรกรขึ้นทะเบียนขอรับสิทธิ 450,000 แสนราย โดยคาดว่างวดแรกจะมีเกษตรกรได้สิทธิ 96,740 ราย รวมวงเงิน 362 ล้านบาท หรือคิดเป็น24.5% ของงบประมาณทั้งหมด ทั้งนี้ ราคาอ้างอิงจ่ายงวดแรก ใช้ข้อมูลย้อนหลัง 30 วัน ถึงวันที่ 18 ธันวาคม 2562 โดยใช้ราคารับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ (ความชื้นไม่เกิน 14.5%) เฉลี่ยจากจังหวัดที่เป็นแหล่งผลิตข้าวโพดสำคัญ 9 จังหวัด ได้แก่ เพชรบูรณ์ นครราชสีมา น่าน ตาก เลย เชียงราย ลพบุรี กาญจนบุรี และสุพรรณบรี และเทียบกับราคาประกันรายได้ 8.50 บาทต่อกิโลกรัม(กก.) เกษตรกรจะได้รับคำนวณการจ่ายส่วนต่าง งวดที่ 1 โดยมีราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 8.21 บาทต่อกก. ทำให้มีส่วนต่างกก.ละ 0.29 บาทและไม่เกินครัวเรือนละ 30 ไร่
นอกจากนั้นยังมีมาตรการช่วยเหลืออื่นๆ เช่น มาตรการควบคุมการเคลื่อนย้าย จะอนุญาตให้ทำได้เฉพาะจังหวัดจันทบุรี สระแก้ว เชียงราย ตาก น่าน เลย และอุบลราชธานี และผู้นำเข้าข้าวสาลีจะต้องซื้อข้าวโพดไทยในอัตรา 1:3 รวมทั้งได้กำชับฝ่ายความมั่นคงเข้มงวดกับการป้องกันการลักลอบการนำเข้า

นายจุรินทร์ กล่าวว่า ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ถือเป็นพืชชนิดสุดท้ายตามนโยบายจ่ายประกันรายได้ตามนโยบายรัฐบาทกำหนดไว้ 5 ชนิด และก่อนหน้านี้ได้มีการจ่ายส่วนต่างราคาประกันรายได้แล้วกับ ข้าวเปลือก ปาล์มน้ำมัน ยางพารา มันสำปะหลัง จึงเป็นการพิสูจน์ให้เห็นว่าตั้งแต่รัฐบาลแถลงนโยบายไว้กับรัฐสภา รัฐบาลนี้สามารถเริ่มโอนเงินส่วนต่างให้เกษตรกรผู้ปลูกพืชเกษตรครบทั้ง 5 ประเภทภายในสิ้นปี 2562 เป็นของขวัญปีใหม่ชิ้นใหญ่กับพี่น้องประชาชนคนไทยทุกคนรับปีใหม่ 2563

นายจุรินทร์ กล่าวว่า ส่วนความคืบหน้าจ่ายส่วนต่างโครงการประกันรายได้พืช 5 ชนิด ถึง ณ วันที่ 19 ธันวาคม 2562 พบว่า ข้าวเปลือกที่มีเกษตรกรที่มีสิทธิ 4.31 ล้านราย วงเงิน 20,940.84 ล้านบาท ได้โอนเงินให้เกษตรกรแล้ว 785,408 ราย รวม 16,023.06 ล้านบาท คิดเป็น 76.52% ของงบประมาณทั้งหมด ยางพารา มีเกษตรกรที่มีสิทธิ 1.7 ล้านราย วงเงิน 23,472.02 ล้านบาท โอนแล้ว 841,390 ราย รวม 5,004.39 ล้านบาท คิดเป็น 21.32% ของงบประมาณทั้งหมด ซึ่งส่วนนี้ล่าช้าเพราะอยู่ในขั้นตอนตรวจเช็คเรื่องจำนวนไร่และชนิดของผลผลิตแต่กำชับให้เร่งการตรวจสอบการปลูกยางให้เร็วขึ้น เพื่อโอนเงินให้เกษตรกรได้ครบทุกคน

นายจุรินทร์ กล่าวว่า สำหรับปาล์ม มีเกษตรกรที่มีสิทธิกว่า 3 แสนราย วงเงิน 13,000 ล้านบาท โอนแล้ว 324,286 ราย รวม 2,627.56 ล้านบาท คิดเป็น 20.21% ของงบประมาณทั้งหมด โดยรัฐบาลมีนโยบายเสริมที่เน้นการป้องกันการลักลอบการนำเข้า และขอให้กระทรวงพลังงานกำหนดให้การใช้น้ำมัน B10 เป็นภาคบังคับ รวมทั้งให้แทงค์น้ำมันปาล์มทุกแห่งติดมิเตอร์ ซึ่งจะเสร็จแล้วจะทำให้ราคาปาล์มเพิ่มสูงขึ้นถึง 5.90 บาทต่อกิโลกรัมแล้ว อาจไม่จำเป็นต้องจ่ายเงินส่วนต่าง ณ ตอนนี้ ในส่วนมันสำปะหลัง มีเกษตรกรที่มีสิทธิ 520,000 แสนราย วงเงิน 9,442.34 ล้านบาท โอนแล้ว 2,781ราย รวม 63.96 ล้านบาท คิดเป็น 0.68% ของงบประมาณทั้งหมด ที่ยังน้อยอยู่ เพราะเกษตรกรยังทยอยขุด ขุดเมื่อไหร่จะโอนเงินทันที ซึ่งแสดงให้เห็นว่ารัฐบาลทำงานได้เร็ว จนเกษตรกรขุดมันไม่ทัน

” โครงการประกันรายได้ ครอบคลุมเกษตรกรทั้งหมด 2.05 ล้านครัวเรือน วงเงินรวม 67,778.53 ล้านบาท โอนแล้ว 24,045.39 ล้านบาท คิดเป็น 35.48% ของงบประมาณรวมของโครงการประกันรายได้ และยังมีโครงการสินเชื่อสนับสนุนต้นทุนการผลิตและค่าเก็บเกี่ยวให้กับเกษตรกรด้วย รวมกว่า 5 หมื่นล้านบาท หากรวมโครงการสินเชื่อด้วย ทั้งโครงการจะมีวงเงินรวม 120,961.75 ล้านบาท คิดเป็น0.74% ของจีดีพี ” นายจุรินทร์ กล่าว

Advertisement